ขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ .. ทำไมยากขึ้นเรื่อยๆ ?

ขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ .. ทำไมยากขึ้นเรื่อยๆ ?

หากคุณกำลังคิดวางแผน หรือ หางานทำ เกี่ยวกับการ “ขายของออนไลน์” หรือ “ธุรกิจออนไลน์” ไม่ว่าจะเป็นรายได้หลัก หรือ รายได้เสริม ธุรกิจส่วนตัว งานประจำ อาชีพเสริม หรือ งาน พาร์ทไทม์ (Part-Time) คุณควรอ่านและศึกษาสิ่งเหล่านี้ในมุมมองที่กว้างขึ้น เพื่อให้คุณสามารถอยู่รอดในโลกแห่งความเป็นจริงในปัจจุบันได้ ..

เพราะ ในความเป็นจริง ธุรกิจต่างๆ อยู่รอดได้ด้วย “กำไรสุทธิ” (Net Profit) ซึ่งการจะรักษาระดับการทำกำไรของธุรกิจได้นั้น อย่างแรกต้องเข้าใจว่า ธุรกิจของเรามีต้นทุนอะไรบ้าง และ หมวดอุตสาหกรรมที่ธุรกิจเราอยู่ มีต้นทุนอย่างไรบ้าง มีการแข่งขันที่สูงหรือไม่  มีคู่แข่ง (Competitors) มากน้อยเพียงใด เพราะ แน่นอนว่า เมื่อมีการแข่งขันที่สูงแล้ว ยิ่งทำให้ ผู้ที่อยู่ในตลาดแต่ละราย เผชิญกับต้นทุนทางการด้านแข่งขันที่สูงขึ้นโดยปริยายแบบไม่รู้ตัว เผื่ออยู่รอดในตลาดได้ รวมถึง เป็นผู้ชนะในตลาด

ซึ่งก็มีบางปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ และส่งผลกระทบกับเราโดยตรง ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อรับความเสี่ยง การปรับเปลี่ยน และนำมาปรับใข้ วางแผนในการดำเนินธุรกิจ

เอาหล่ะ เรามาเริ่มเปิดมุมมองกันเลย ..

4. ใครๆก็เข้ามาเป็นผู้ขายในตลาด ขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ ได้ง่ายมากขึ้น (No Barriers to entry)

หากใครพยายามจะพูดกับคุณว่า ขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ (Online Businesses) ไม่มีต้นทุน ขายสินค้าออนไลน์ ทำได้ง่าย ขายสบายนั่นแสดงว่า เขาไม่ได้มองถึงภาพรวมในความเป็นจริง เช่น หากคุณต้องการขาย เสื้อผ้า .. คนอื่นๆอีกหนึ่งล้านคน ก็สามารถขายเสื้อผ้าออนไลน์ได้เหมือนคุณ

เกิดคำถามว่า แล้วทำไมคนซื้อต้องเลือกคุณ?  ดังนั้น คุณก็ต้องทำการโฆษณา (Advertisement) ทำชิ้นงานโฆษณา (Ads) ทำเนื้อหาสาระต่างๆ (Content)

เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาหาคุณ และนั่นแหละคือ “ต้นทุนทางธุรกิจ” (Business Costs) และในปี 2018 ทุกคนยังลังเล ว่าจะกระโดดเข้ามาในธุรกิจดิจิตอล (Digital Businesses) หรือ ธุรกิจออนไลน์ ดีไหม แต่ในปัจจุบันนี้ ถนนทุกสายจะมุ่งหน้าสู่ ธุรกิจออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ จะเกิดการแข่งขันมากมาย ผู้เล่นต่างๆ รวมถึง “ผู้เล่นรายใหญ่” จะเข้ามาระบบมากยิ่งขึ้น และยากต่อการกีดกันการค้า ซึ่งแน่นอนมันต้องเป็นอะไรที่ดุเดือดน่าติดตามอย่างมาก

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ..  ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ทำง่ายขึ้น การจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น   ผู้ขายสั่งนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน หรือ ต่างประเทศ ซึ่ง “ต้นทุนต่อหน่วย”  ถูกกว่ามาก นำมาขายทำกำไรได้มากกว่า อาจจะออฟไลน์ ขายส่ง ขายปลีกหน้าร้าน  หรือ ออนไลน์ภายในประเทศ นอกจากจะส่งผลกระทบ  ต่อ ภาพรวมด้าน “ราคาสินค้า” ที่สามารถปรับตัวลดลงได้มากกว่า “ผู้ค้าขาย” รายอื่นๆภายในตลาดแล้ว ยังกระทบกับผู้ประกอบการที่เป็น “ผู้ผลิตภายในประเทศ” ด้วย ที่ไม่สามารถแข่งขันกับต้นทุนสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศได้ อาทิ  โรงงานเสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ เป็นต้น ผู้ผลิตเหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบทางตรง


3. แพลตฟอร์มต่างก็ปรับใหม่ในทุกปี (Monopoly Power)

หากย้อนกลับไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา .. ในวันที่แพลตฟอร์มต่างๆ (Platforms) ยังเปิดใช้ผู้คน ผู้ใข้งาน (Users) ได้ใช้บริการอย่างฟรีๆ และ ตลาดโฆษณาดิจิตอล (Digital Marketing) ยังไม่ได้ดุเดือดขนาดนี้

หลากหลายคนสร้างยอดไลค์เพจ ยอดไลค์ โพสต์ ขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ สร้างยอดขาย ได้มหาศาลและง่ายดาย แต่เมื่อ 1 -2 ปี มีการปรับระบบอัลกอริทึม (Algorithm) ความสำเร็จในอดีตก็แทบนำมาเป็นผลงานปัจจุบันไม่ได้ มีแต่ต้องเรียนรู้ใหม่อยู่ตลอดเวลา จนอนาคตอันใกล้ ยอดไลค์ อาจจะไม่สำคัญอีกแล้ว แต่จะวัดกันที่ “คุณภาพ” (Quality) ของสินค้าและบริการ (Goods and Services) รวมถึงเนื้อหาสาระ (Contents) ต่างๆ

ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือน พื้นที่หน้าแรก (Homepage) ที่มีจำกัด แล้วเจ้าของเขาพื้นที่จะใช้ตัวไหนหล่ะ ที่ชี้วัดว่าใครจะได้พื้นที่ที่มีจำกัดนี้ไป ก็ต้องมีการคัดกรอง และเลือกให้พื้นที่กับคนที่มีคอนเท็นต์ที่ดี เพื่อดึงดูดคนให้เข้ามาชมแพลตฟอร์มนั้นๆได้มากที่สุดนั่นเอง และแน่นอน สิ่งใดมีจำนวนจำกัด ราคามีแต่จะขึ้นๆ ค่าโฆษณา (Advetisement Costs) ก็เช่นกัน ก็เปรียบเสมือนค่าเช่าที่ดิน มีแต่ขึ้นๆ
“ต้นทุนของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก”


2. ความสนใจของผู้ใช้งาน ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งลดลง (Diminishing Marginal Utility)

ถามว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรอ? .. เริ่มจากลองสำรวจตัวเองก่อน เริ่ม! เราดูสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเท่าไหร่ ก่อนที่เราจะเลื่อนผ่าน? เราจดจำโพสต์ที่ผ่านตาได้ช่วงเช้าได้หรือไม่? เนื่องจากในวันหนึ่งวันคุณได้รับข้อมูลข่าวสารมากมาย ที่ผ่านตาเข้าไปยังสมองของคุณ และความจำของคุณเองก็มีจำกัด

มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า .. คุณ หรือ คนส่วนใหญ่ รวมถึง คนทั้งโลก มีชั่วโมงใช้งานบนโลกออนไลน์ ที่เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่คุณลองวัดจากตัวเองก่อนก็ได้ว่า ในหนึ่งวัน คุณใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์กับสิ่งใดมากน้อยเพียงใด เช่น เล่นโชเซียล หรือ สังคมออนไลน์ (Social Media) ค้นหาสิ่งต่างๆ (Search Engine) ช็อปปิ้ง (E-Commerce) และลองเทียบดูว่า ณ ตอนนี้สัดส่วนการใช้ง่านของคุณเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด อ่านเพิ่มเติม :iPhone จาก Apple กับทิศทางของ Apple 

อาจจะเคยเล่นโซเชียลวันละ 4-5 ชั่งโมง หรือ อาจจะสนใจกับผ่านเลื่อนดูนิวส์ฟีด (News Feed) ลดลงอาจจะเปลี่ยนเป็นเล่นโชเซียลลดลง และย้ายตัวเองไปอยู่ในแพลตฟอร์มบันเทิงมากขึ้น อาจจะเคยช็อปผ่านสือสังคมออนไลน์ แต่ปัจจุบันก็ย้ายไปช็อปผ่าน e-market place มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ “ผู้จะทำธุรกิจออนไลน์” ต้องเข้าใจและปรับตัวตามให้ทัน

มันก็เป็นสิ่งท้าทายอย่างหนึ่งที่แต่ละแพลตฟอร์มต้องทำอย่างไรก็ได้ เพื่อรักษาฐานผู้ใช้ของตนไว้ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :Business Trend 2019 กับแนวโน้มที่เกิดขึ้นในปีนี้  

เรื่องนี้สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฏีอรรถประโยชน์และความพึงพอใจในทางเศรษฐศาสตร์
เรื่อง อรรถประโยชน์ (Utilities) และ ความพึงพอใจ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงเริ่มสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งน้อยลงนั่นเอง

ดังนั้น จึงเป็น ความท้าทายของธุรกิจ (Challenges and Opportunities) ในการขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ ที่จะต้องทำให้คุณจดจำเขาให้ได้ ในยุคที่มีข้อมูลผ่านตาทุกๆวินาที นั่นยิ่งทำให้ต้นทุนของคุณยิ่งสูงขึ้นสูงขึ้นไปอีก เมื่อคุณอยากทำให้ผู้คนเหล่านั้นสนใจธุรกิจของคุณ

อ่านเพิ่มเติม : Freemium คืออะไร? ดีอย่างไร?    | วิเคราะห์เศรษฐกิจไทย จะไปต่ออย่างไร?


1. ผู้เชี่ยวชาญและเข้าใจจริงๆมีจำนวนน้อยกว่าความต้องการ (Expert Worker Demand)

เมื่อคุณมีสินค้าที่ดี มีคอนเท็นต์ที่ดี คุณก็ต้องการผู้ช่วยที่ดี ผู้ให้คำปรึกษาที่ดี (Advisors and Consultans) หรือ ผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาผลักดันธุรกิจของคุณให้เติบโตก้าวกระโดดเหนือคู่แข่งได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านดิจิตอล  (Digital Experts) เป็นที่ต้องการของธุรกิจมากๆ

แต่ในความเป็นจริง  ก็เป็นที่แน่นอนอีกว่า ในตลาดแรงงานยังขาดผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้อีกมาก นั่นก็เพราะคนที่เชี่ยวชาญและเข้าใจมันจริงๆมีน้อย และไม่ค่อยแสดงตัวให้ใครรู้เท่าไหร่ ทำให้ค่าเหนื่อยของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ ที่คุณต้องจ่ายสูงขึ้นโดยปริยาย ต้นทุนของคุณก็จะสูงมาก ๆ ขึ้นไปอีก

หรือ บางครั้งอาจจะมีเงื่อนไขที่ต้องตกลงกัน เพราะไลฟ์สไตล์การทำงานของผู้เชี่ยวชาญ อาจไม่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมบางองค์กร สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการทำงานในด้านนี้ การร่วมงานกันก็เป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้น อาจจะต้องตกลงทำความเข้าใจกันจนได้ร่วมงานกัน

หรือ บางครั้ง ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เลือกที่จะกุมความลับขุมทรัพย์ความรู้ของตนเอาไว้เองมากกว่า และนำความรู้ตรงนี้ไปสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเองแทนการต้องเป็นลูกจ้างให้กับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

แล้วเราจะเอาตัวรอดในกระแสคลื่นที่รุนแรงนี้ได้อย่างไร?

“สุดท้ายสิ่งที่จะทำให้คุณเป็นผู้ชนะ คือ ..
สินค้าที่ดี บริการที่ดี คอนเท็นต์ที่ดีและสิ่งที่เป็นจริง ทุกความท้าทาย ย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่”

อ้างอิง :
พฤติกรรมผู้บริโภค
Barriers to Entry
Monopoly
เศรษฐศาสตร์แรงงาน

 

ผู้สนับสนุนบทความนี้

Sponsorships, Jampay, Jampay Thailand, แจมเพย์, แจ่มใส, jamsai, jamplay