สหกรณ์ออมทรัพย์ (Savings Cooperatives) มีความเสี่ยง-ได้รับผลกระทบ หรือไม่ อย่างไรบ้าง? รวมถึง ผลกระทบจาก โควิด19 (COVID-19) ต่อ สหกรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นอย่างไรบ้าง การลงทุน ของสหกรณ์มีอะไรบ้าง ใน ตลาดหุ้น หุ้น หุ้นไทย หรือ หุ้นกู้ ของบริษัท ธนาคาร รัฐวิสาหกิจ อย่าง บมจ. การบินไทย (THAI) หรือ Thai Airways บมจ.ปตท. (PTT) หรือ บมจ.ท่าอากาศยาน (AOT) มีผลหรือไม่ อย่างไร

สหกรณ์ออมทรัพย์ (Savings and Credit Cooperatives) มีความเสี่ยง-ได้รับผลกระทบ หรือไม่ อย่างไร?

เป็นธรรมดาที่แทบทุกองค์กร จะมี สหกรณ์ (Cooperative) ภายในองค์กร สำหรับสมาชิก หรือ พนักงานบริษัท หรือ ข้าราชการ ในองค์กรของตนเอง เพื่อบริหารสิทธิประโยชน์ ผลประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ ของพนักงาน นอกเหนือจาก กองทุนประกันสังคม จาก สำนักงานประกันสังคม (Social Security Office) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (Government Pension Fund) และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) จาก บริษัทเอกชน รวมถึง กองทุนการเงินส่วนบุคคลอื่นๆ

และ การลงทุนกับสหกรณ์ออมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่ง ในการใช้เป็นตัวช่วยการออมเงิน สำหรับมนุษย์เงินเดือน วัยทำงาน หรือ ผู้มีงานทำ

ในเหตุการณ์ปกติ สหกรณ์ต่างๆ รวมถึง สหกรณ์ออมทรัพย์ (Saving Cooperative) ถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เป็นสถาบันที่มีความมั่นคงสูง แล้วในสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบ ต่อสถาบันการเงินทั้งระบบ อย่างวิกฤตโรคระบาด โควิด19 (COVID-19) จะส่งผลกระทบกับสหกรณ์และสหกรณ์ออมทรัพย์อย่างไร รวมถึง สหกรณ์-สหกรณ์ออมทรัพย์ มีความเสี่ยง หรือไม่อย่างไร

แจมเพย์ จะมาลองค้นคว้า และสรุปผล เพื่อมาอธิบายแก่ผู้อ่านที่สนใจทุกท่าน ให้ได้อ่านกันเพลินๆ ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย ..


สารบัญ

(คลิกเพื่อนำทาง)

สหกรณ์ออมทรัพย์ (Savings Cooperative) คือ
การดำเนินการ-ดำเนินธุรกิจ หรือ สร้างรายได้ ของ สหกรณ์ออมทรัพย์ มาจากช่องทางไหนบ้าง
ความเสี่ยง และ ผลกระทบ ของ สหกรณ์ออมทรัพย์
สรุป: สหกรณ์ออมทรัพย์ (Savings Cooperative) มีความเสี่ยง-ได้รับผลกระทบ หรือไม่ อย่างไร?


สหกรณ์ออมทรัพย์ (Savings Cooperative) คือ

องค์กรทางเศรษฐกิจ ที่สมาชิกรวมกลุ่มกัน โดยสมัครใจและมีความเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยประกอบธุรกรรมทางการเงิน และมีบทบาทในการส่งเสริมการเข้าถึงทางการเงินของประชาชน สหกรณ์ออมทรัพย์จึงถือเป็นสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ที่มีความสำคัญต่อภาคครัวเรือน ทั้งในแง่ของการเป็นแหล่งการออมเงินและแหล่งการกู้ยืมเงิน ซึ่งพัฒนาการที่ผ่านมาพบว่า สหกรณ์ออมทรัพย์มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความเชื่อมโยงกับผู้เล่นอื่นในระบบการเงินมากขึ้น โดยปัจจุบันมีขนาดสินทรัพย์ใหญ่เป็นลำดับที่ 3 รองจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2560)

การดำเนินการ-ดำเนินธุรกิจ หรือ สร้างรายได้ ของ สหกรณ์ออมทรัพย์ มาจากช่องทางไหนบ้าง


สหกรณ์ออมทรัพย์, Savings and Credit Co-Operatives

แจมเพย์ ขออนุญาตใช้ “ข้อบังคับ สหกรณ์ออมทรัพย์ กระทรวงคมนาคม จำกัด” และ “ข้อบังคับ สหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด” และ “รายงานกิจการประจำปี สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2561” เพื่อ ใช้เป็น ตัวอย่าง ประกอบการอธิบายแก่การศึกษาแก่ผู้อ่าน ซึ่งลักษณะข้อบังคับแต่ละสหกรณ์ฯ จะมีลักษณะข้อบังคับไม่ต่างกันมากนัก และ มีเว็บไซต์ของสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ มีข้อมูลให้สืบค้นต่อเนื่องได้อย่างสะดวกกว่า รวมถึง เป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ดีเด่นแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2555 สามารถใช้เป็นตัวแทนด้านข้อมูลของสหกรณ์ทั้งประเทศไทยได้

โดยหาก อ้างอิงจาก ข้อบังคงของสหกรณ์ฯ แสดงให้เห็น วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสหกรณ์ จะเริ่มพอทราบว่า ช่องทางรายได้หลัก (Revenue Stream) ของ สหกรณ์มาจากช่องทางใดบ้าง ค่าใช้จ่ายหลัก หรือ รายจ่าย ของสหกรณ์คือ ช่องทางไหนบ้าง และเราจะสามารถบ่งชี้ความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินการ รวมถึง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหรือ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงใดๆ แก่สหกรณ์ได้

เรามาเริ่มกันที่ วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสหกรณ์ ข้อที่ 2-7

  • (2) รับฝากเงินจากสมาชิกหรือสหกรณ์อื่น
  • (3) ให้เงินกู้แก่สมาชิก
  • (6) ให้สหกรณ์อื่นกู้ยืมเงิน
  • (7) ดำเนินการให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อการเคหะ

แต่วัตถุประสงค์ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ วัตถุประสงค์ ตั้งแต่ข้อที่ 9

  • (9) ซื้อหุ้นของชุมนุมสหกรณ์ หรือ สหกรณ์อื่น
  • (10) ซื้อหลักทรัพย์รัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ
  • (11) ซื้อหุ้นของธนาคารซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์
  • (12) ซื้อหุ้นของสถาบันที่ประกอบธุรกิจอันทำให้เกิดความสะดวก หรือ ส่งเสริมความเจริญแก่กิจการของสหกรณ์
  • (15) ให้สวัสดิการหรือการสงเคราะห์ตามสมควรแก่สมาชิกและครอบครัว
  • (18) ดำเนินการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวข้องกัน หรือ เนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

รายได้หลัก ค่าใช้จ่าย ของสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, savings cooperative,

ทีนี้เรามาลองเริ่มดู รายได้หลัก และ ค่าใช้จ่ายหลัก ของสหกรณ์ฯ กันบ้าง .. จาก งบกำไรขาดทุน ปี 2561 พบว่า รายได้หลัก มาจาก ผลตอบแทนจากการลงทุน ร้อยละ 52.40 (%) รองลงมา คือ ดอกเบี้ยรับเงินให้กู้ ร้อยละ 46.13 (%) และ ดอกเบี้ยรับเงินฝาก ร้อยละ 1.47 (%)

ค่าใช้จ่ายหลักจากเงินลงทุน คือ ดอกเบี้ยเงินรับฝาก ร้อยละ 14.90 (%) ดอกเบี้ยจ่ายเงินกู้ยืมระยะสั้น ร้อยละ 13.84 (%) และ ขาดทุนจากการไถ่ถอนเงินลงทุน ร้อยละ 1.30 (%)

จำนวนสมาชิก และข้อมูลด้านการเงินเบื้องต้น ของสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

ทำไมสหกรณ์ออมทรัพย์ ต้องลงทุนเพิ่ม

เราอาจจะมองว่า ..ทำไมสหกรณ์ออมทรัพย์ถึงไม่เก็บรักษาเงินสมาชิก หรือ ฝากเงินระยะยาวกับสถาบันการเงิน หรือ ปล่อยเงินกู้ระหว่างสมาชิกด้วยกันเพียงเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว

และจากบทความก่อนๆ ได้อธิบายไปบ้างแล้วถึงเรื่องเหตุผล ที่สถาบันการเงินต้องนำเงินสมาชิกไปลงทุนเพื่อให้งอกเงย เพื่อประโยชน์ในการบริหาร

จากจำนวนสมาชิก ของสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ ปี 2561 ระบุจำนวนสมาชิก 15,822 คน จาก ทุนเรือนหุ้น 1.3 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยทุนเรือนหุ้น หรือ หุ้นสามัญชำระแล้ว (Captital Stock) ทั้งสิ้น เท่ากับ 850,000 บาทต่อคน หรือ 85,000 หุ้น (ราคาหุ้นละ 10 บาท) ที่ต้องจ่ายผลตอบแทนในรูป เงินปันผล (Dividend Yield)

นอกจากนั้น เงินทุนของสหกรณ์ มาจาก การออกหุ้น การรับฝากเงินออมทรัพย์และฝากประจำ กู้ยืมเงินออกตั๋วสัญญาใช้เงิน สะสมทุนสำรอง เป็นต้น

ตามข้อบังคับ ที่สมาชิกส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนเข้าสหกรณ์ ในอัตราร้อยละ 4 (%) ของเงินได้รายเดือน โดยสามารถเพิ่มอัตราส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนได้เช่นกัน แต่จะถือหุ้นได้ไม่เกิน ร้อยละ 20 (%) ของหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

ดังนั้น สหกรณ์จึงจำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลาย อาทิ เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ จากสมาชิก และการกู้ยืมจากสมาชิก ทั้งจากสมาชิกและสหกรณ์อื่น เป็นต้น เพื่อให้สหกรณ์สามารถสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอได้

แต่นั่นส่งผลทำให้ สหกรณ์มีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึง ภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารงานด้วยเช่นกัน รวมถึงมีรายจ่ายในการดำเนินการต่างๆ ที่สหกรณ์จำเป็นต้องบริหาร อาทิ ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน สวัสดิการ เป็นต้น

สมมติ คำนวณอย่างง่าย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เรามีสินทรัพย์อยู่ 40,000 ล้านบาท เป็นเงินฝากออมทรัพย์ของสมาชิก 4,600 ล้านบาท ผลตอบแทน รูปดอกเบี้ยไม่เกิน ร้อยละ 1 – 1.25 (%) ต่อปี เงินฝากประจำสมาชิก 7,400 ล้านบาท กำหนดให้ผลตอบแทนรูปดอกเบี้ยไม่เกิน ร้อยละ 2 (%) ต่อปี เงินฝากปลอดภาษี 17.9 ล้านบาท และ มีทุนหุ้นอยู่ 13,000 ล้านบาทที่ต้องจ่ายปันผลแก่สมาชิก

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

นั่นเท่ากับว่า เราจำเป็นต้องดำเนินการสร้างรายได้ สร้างผลตอบแทนให้แก่สมาชิกตามสิทธิที่พึงมี และ การปล่อยกู้ระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง ผลตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ  2.5 (%) ต่อปี หรือ สหกรณ์อื่นที่ผลตอบแทนเฉลี่ย ร้อยละ 3.5 – 3.95 (%) ต่อปี หรือ นำเงินที่เหลือไปฝากกับธนาคารไว้เพื่อรับดอกเบี้ย ผลตอบแทนจะไม่เพียงพอกับผลประโยชน์ หรือ สิทธิปรโยชน์ที่ต้องตอบแทนสมาชิก

อีกเหตุผลสำคัญ คือ สหกรณ์ หรือ ธุรกิจ จำเป็นต้องคำนวณการหักค่าดำเนินการและบริหารจัดการด้วย ซึ่งเป็นต้นทุนทางการเงิน ทำให้ผลตอบแทนที่ได้อาจไม่เพียงพอกับรายจ่ายทั้งหมด

ดังนั้นหากเราดูตัวเลขกิจกรรมดำเนินการอย่างง่าย จะพบว่า รายได้จากการดำเนินงาน ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงาน ซึ่งหากเป็นในรูป ธุรกิจ หรือ บริษัท จะแสดงให้เห็นว่า รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ซึ่งบ่งบอกถึงสภาพของการขาดสภาพคล่องในธุรกิจ ซึ่งมักพบในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี (SMEs)

ตัวอย่าง จากรายงาน มีการปล่อยกู้สมาชิกเพียงอย่างเดียว ประมาณ 5.9-6 พันล้านบาท สมมิตว่า คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สมาชิกประมาณ ร้อยละ 5 (%) มีรายได้จากส่วนนี้ประมาณ 300 ล้านบาทเท่านั้น และ เงินเฉลี่ยคืน ร้อยละ 50 (%) ของดอกเบี้ยที่เรียกเก็บที่ทำให้ผลตอบแทนการให้กู้ยืมลดลงจากที่กำหนดไว้ตอนต้น

ในขณะเดียวกัน มีภาระรายจ่ายหลายช่องทาง อาทิ ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และ สวัสดิการ บำนาญ เป็นต้น รายได้เหล่านั้นอาจไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่เกิดขึ้น

ยกตัวอย่าง หากมีภาระที่ต้องจ่ายผลตอบแทน เม็ดเงินจำนวน 25,000 ล้าน  แบ่งเป็นหุ้น 13,000 ล้านบาท ที่อัตราปันผล ร้อยละ 5 (%) ต่อปี และ 12,000 ล้านบาท จากเงินฝากของสมาชิก ต้องจ่ายที่ผลตอบแทน ร้อยละ  1.25 (%) ต่อปี สหกรณ์ต้องมีผลตอบแทนทั้งสิ้นประมาณ มากกว่า 650+150 ล้านบาท เท่ากับ 800 ล้านบาท ต่อปี หรือ คิดเป็น ผลตอบแทนโดยรวม ร้อยละ 3.2 (%) ต่อปี (ยังไม่รวมต้นทุนอื่น) ซึ่งมากกว่า ผลตอบแทนจากการนำเงินไปฝากธนาคารไว้เฉยๆ

ตาราง อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (ร้อยละต่อปี) ปี 2563

ยกตัวอย่าง จากข้อมูล อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารกรุงเทพ ปี2563 และด้วยระดับเม็ดเงินขนาดสถาบันการเงินหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ เมื่อนำไปฝากสถาบันการเงินอื่นจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่น้อยกว่าบุคคลธรรมดา อยู่ที่ระดับ ร้อยละ 0.25-0.5 (%) เท่านั้น

ดังนั้น เงินทุนที่ได้จากเงินฝากของสมาชิก จึงนำไปลงทุนในตราสารทางการเงินที่ผลตอบแทนสูงกว่า อย่างเช่น นำเงินไปฝากกับสหกรณ์อื่น ให้เงินสหกรณ์อื่นกู้ นำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ หรือ หุ้นกู้ หรือ นำไปตั้งกองทุนส่วนบุคคลเพื่อจ้างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในการบริหารเงิน เพื่อบริหารความเสี่ยงด้วย เป็นต้น ทดแทนการฝากเงินจากธนาคารเพียงอย่างเดียว

หากอธิบายอย่างง่าย คือ ค่าใช้จ่ายเพิ่ม รายได้เพิ่ม ถือว่ายอมรับได้ในการทำธุรกิจ ดังนั้น สหกรณ์ จึงจำเป็นต้องเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ ในมุมของสหกรณ์ คือ ลงทุนเพิ่มพูนผลตอบแทนนั่นเอง เมื่อมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ก็จำเป็นต้องมีการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วยนั่นเอง


ความเสี่ยง และ ผลกระทบ ของ สหกรณ์ออมทรัพย์


จากบทความ “ผลกระทบ โควิด19 (COVID-19) ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย” แจมเพย์ ได้อธิบายไปแล้วว่า โควิด19 (COVID-19) อาจส่งผลกระทบใดบ้างต่อภาพรวมของประเทศ

และด้วยลักษณะการดำเนินการ ดำเนินธุรกิจ หรือ การสร้างรายได้ ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ดังที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อผลตอบแทนที่สร้างปกติ อาจไม่เพียงพอต่อการบริหารสหกรณ์ในระยะยาว สหกรณ์จึงจำเป็นต้องบริหารสหกรณ์ด้วยการลงุทนเพิ่มมากขึ้น และเป็นธรรมดาที่เมื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสูงขึ้น ความเสี่ยงต่างๆ ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย

ทีนี้ เรามาเริ่มดูผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเป็นความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ฯ ได้ ดังนี้

1.ความเสี่ยงด้านการขาดสภาพคล่อง จาก การปล่อยสินเชื่อและลงทุนระหว่างกัน 

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, savings cooperative,

จากวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานที่กล่าวไปแล้ว สหกรณ์มีการให้กู้ยิมเงินระหว่างกัน ลงทุนในหุ้นระหว่างกัน นอกเหนือจากการปล่อยกู้ระหว่างสมาชิก

สหกรณ์ออมทรัพย์อื่นๆ ที่ลงทุนอยู่ อาจประสบปัญหา

ในงบแสดงฐาานะการเงิน ตาม หมายเหตุ  6 สหกรณ์มีเงินลงทุนยะยาว ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 52.46 (%) ของสินทรัพย์ทั้งหมด และ หมายเหตุ 7  สหกรณ์มีการให้กู้ยืมระยะยาว ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 49.07 (%) ของ สินทรัพย์ทั้งหมด

ซึ่งในจำนวนดังกล่าว มีการจำนวนการให้สหกรณ์อื่นกู้ยืม ทั้งระยะสั้น  รวมกัน ประมาณ 3.633 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ประมาณ ร้อยละ 84.72 (%) ของจำนวน เงินให้กู้ยืมระยะสั้นทั้งหมด 4.288 พันล้านบาท

โดยแต่ละสหกรณ์มี ผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) คณะกรรมการ รวมถึงปัจจัยภายในของสหกรณ์ที่แตกต่างกัน มีการบริหารการลงทุนทที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงมีการลงทุนในหุ้นระหว่างกัน  ดังนั้น มีโอกาสที่สหกรณ์อื่นๆ จะประสบปัญหาในการบริหารเงินลงทุน และส่งผลกระทบต่อสหกรณ์อื่นๆ ได้เช่นกัน

ซึ่งหากใครมองว่าไม่มีโอกาสเกิด แบบนั้นอาจทำให้เราไม่ได้ประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และไม่ได้บริหารความเสี่ยงไว้ ดังที่เคยเกิดขึ้นกับ สหกรณ์ออมทรัพย์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และสหกรณ์ฯ จำเป็นต้องตั้งเผื่อเงินฝากสงสัยจะสูญในการให้สหกรณ์ดังกล่าวกู้ยืม ตามแผนฟื้นฟู ปี 2561

2.ความเสี่ยงด้านความสามารถชำระหนี้ที่ลดลง จาก การเรียกเก็บสินเชื่อจากสมาชิก 

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

 

จาก ผลกระทบ ในสถานการณ์ไวรัส โควิด 19 (COVID-19) ที่เกิดขึ้น อาจกระทบกับ ความสามารถในการชำระหนี้สินของสมาชิก เพิ่มขึ้นไปอีก แม้ว่าอาจไม่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสกับสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นๆ

เพราะในสถานการณ์ปกติ (2561) ความสามารถชำระหนี้ของสมาชิก อาจมีสัดส่วนที่ไม่ชำระตามกำหนดเป็นธรรมดา อธิบายง่ายๆ ก็คือ ไม่ชำระหนี้สินตามกำหนด ไม่มี-ไม่หนี-ไม่จ่าย จนทำให้สหกรณ์ต้องเริ่มตั้งสงสัยจะสูญไว้เผื่อ ประมาณ 60 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 1 (%) ของ เงินให้สมาชิกกู้ยืมทั้งหมดประมาณ 6 พันล้านบาท ซึ่งในสถานการ์ปัจจุบัน สัดส่วนอาจเพิ่มสูงขึ้นได้เช่นกัน

3.ความเสี่ยงจากการลงทุน ในตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดหุ้น อาทิ หลักทรัพย์ของรัฐบาล หรือ รัฐวิสาหกิจ

 

สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, savings cooperative,

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

แม้ว่า สหกรณ์ฯ จะลงทุน หลักทรัพย์ หรือ หุ้น ของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในความเข้าใจโดยทั่วไป ย่อมมีความมั่นคงสูง ความเสี่ยงในการล้มละลายอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่า บริษัทเอกชนอื่นๆ ทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ ในสถานการณ์ปกติ

แต่กรณี “การบินไทย” ในสถานการณ์จากโควิด19 (COVID-19) เป็นเครื่องพิสูจน์ทำให้เราเห็นแล้วว่า การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง

โดย สหกรณ์ฯ ลงทุนในหุ้นกู้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในหมวด เงินลงทุนที่อยู่ในความต้องการของตลาด ประมาณ 2,500 ล้านบาท รวมกับ หุ้นกู้ที่อยู่ในความต้องการของตลาด ถือครบกำหนด อีก 2,000 ล้านบาท ทั้งสิ้น ประมาณ 4,500 บาท คิดเป็น ร้อยละ 22.9 (%) จาก เงินลงทุนระยะยาวของสหกรณ์ ทั้งสิ้นประมาณ 19,645 ล้านบาท (2561)

หากถามว่า “รัฐบาลอุ้มการบินไทย แล้วคนไทยได้อะไร”

คงตอบได้ยาก .. ในสถานการณ์ปกติ รัฐบาลอาจจะไม่ต้องอุ้มเลยก็ได้ในความเป็นจริง เพราะ บริษัทฯ มีการออกหุ้นกู้ เพื่อกู้ยืมเงินจากกิจการ หรือ บริษัท อื่นอยู่แล้ว

แต่ปัญหาหลักสำคัญ คือ การบินไทย อาจไม่มีเงินมาคืนให้กับบริษัทต่างๆ ที่ลงทุนในหุ้นกู้ของตนก่อนหน้านี้ รวมถึง แม้ว่ามีเงินมาคืนบริษัทต่างๆ พร้อมผลตอบแทน แต่เมื่อบริษัทต่างๆ ได้เงินคืนไป การจะนำมาลงทุนต่อ (Roll Over) ในบริษัทการบินไทยอีกครั้ง อาจต้องชะลอไปก่อน เพราะ แต่ละบริษัท อาจจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินก้อนนี้เช่นกัน

แต่ หากถามว่า หาก การบินไทยล้มละลาย จะกระทบอะไรบ้าง ..

ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้น บริษัท สหกรณ์ต่างๆ สถาบันการเงินต่างๆ ในประเทศไทย ที่อาจได้รับผลกระทบ จากการลงทุนในตราสารหนี้ หรือ หุ้นกู้ หรือ หุ้นสามัญ จาก Thai Airways หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ซึ่งกระทบสมาชิกสหกรณ์ของประเทศไทย ผ่านการที่ถือหุ้น หรือ ฝากเงินไว้กับสหกรณ์ของสมาชิก โดยการชำระเงินคืน ที่อาจต้องชะลอออกไปก่อน เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูกิจการของ การบินไทย

ในสถานการณ์ปกติ “ตลาดตราสารหนี้” ซึ่งแม้จะเป็นตลาดที่ความเสี่ยงต่ำ และ ความมั่นคงสูง ระดับความน่าเชื่อถือสูง แต่ จาก ผลกระทบ จากสถานการณ์ โควิด19 (COVID-19) ที่ส่งผลให้ บริษัทต่างๆ ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทดังกล่าว บริษัทเดียว อาจไม่สามารถนำเงินชำระเงินคืนได้ จากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ และแม้ว่าหลังจากสถานการณ์ดีขึ้น อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกระยะหนึ่ง

ซึ่งจากการสืบค้นข้อมูล ตราสารหนี้ หรือ หุ้นกู้ ในตลาดส่วนใหญ่ ครบกำหนดชำระคืน ปี พ.ศ. 2563-2565 ซึ่งตราสารเหล่านี้ มีการออกขายมาหลายปีก่อนหน้านี้ เรียกว่า “จังหวะนรก” ก็คงจะไม่เกินความจริงไป

4.ความเสี่ยงจากการดำเนินการ และการบริหารงาน

การดำเนินการของสหกรณ์

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

ด้วยการดำเนินการ ของสหกรณ์ ขึ้นอยู่กับ ผู้จัดการสหกรณ์ และ คณะกรรมการ ภายใต้ข้อบังคับของสหกรณ์ฯ ที่จำเป็นต้องบริหารผลประโยชน์ของสมาชิก และ บริหารความเสี่ยง

จากรายงานทางการเงิน ตัวเลขเงินกู้เบิกเกินบัญชีธนาคาร (OD) และเงินกู้ยืมระยะสั้น แสดงให้เห็นถึงเงินทุนหมุนเวียน ที่มีภาระต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ย หมายเหตุ 12 มีมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท และ หนี้สินหมุนเวียน ในรูป เงินฝากสมาชิก หมายเหตุ 13 มูลค่า 1.2 หมื่นล้าน รวมเป็น หนี้สินหมุนเวียนประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่สินทรัพย์หมุนเวียนมีประมาณ 8.4 พันล้านบาท

แม้ว่า การลงทุนของสหกรณ์ในสินทรัพย์อื่นๆ มีทางเลือกไม่มากนัก ยกตัวอย่างตามวัตถุประสงค์ ข้อ (9) ถึง (12) ของสหกรณ์ ทำให้การลงทุนใน ธนาคาร รัฐวิสาหกิจ ในตลาดหลักทรัพย์จะเหลือตัวเลือกไม่มากนัก อาทิ บมจ. การบินไทย (THAI), บมจ.ปตท.(PTT),  ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เป็นต้น รวมถึง ตราสารทางการเงินอื่นๆ ก็จะเหลือตัวเลือกไม่มาก เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น ซึ่งตามข้อบังคับ ทำให้สหกรณ์ในประเทศไทย จะมีการลงทุนในลักษณะคล้ายๆ กัน

แต่ก็ยังพอมีทางเลือกอยู่ โดย ข้อ (18) ที่ทำให้สหกรณ์สามารถลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ ที่เป็นประโยชน์และก่อให้เกิดผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม ดังนั้น ตรงนี้เองอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการตัดสินใจลงทุนของสหกรณ์ได้เช่นกัน

การบริหารความเสี่ยง โดย การจ้างผู้จัดการกองทุน และ กองทุนส่วนบุคคล

สหกรณ์ออมทรัพย์, savings cooperative,

การจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล และ จัดจ้างผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทเอกชน ซึ่งคล้ายกับ การดำเนินการของ กองทุนประกันสังคม จาก สำนักงานประกันสังคม (ประกันสังคม) และ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ดำเนินการ ถือเป็นทางเลือกหนึ่ง ในการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน (Investment Portfolio Management) จากการพึ่งพาการบริหารสหกรณ์ โดยสหกรณ์ หรือ กองทุน เพียงอย่างเดียว

แต่ ด้วยภาพรวมของสถานการณ์ การบริหารความเสี่ยง ก็มีความเสี่ยงได้เช่นกัน เพราะ แม้สัดส่วนการลงทุนหลักเป็นไปตามข้อบังคับของสหกรณ์ แต่จะมีสัดส่วนการลงทุนบางส่วนที่ลงทุนต่างออกไปจาก แผนการลงทุน หรือ พอร์ตการลงทุน (Investment Portfolio) ที่บริหารโดยสหกรณ์เอง ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจแก่สหกรณ์


สรุป:สหกรณ์ออมทรัพย์ (Savings Cooperative) มีความเสี่ยง-ได้รับผลกระทบ หรือไม่ อย่างไร?


หากถามว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ (Saving and Credit Cooperative) มีความเสี่ยงหรือไม่

บางท่านอาจจะคิดว่า การลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ ไม่มีความเสี่ยง แต่จริงๆ แล้ว มีความเสี่ยงอยู่บ้าง เพราะ สหกรณ์ออมทรัพย์ นอกจากจะปล่อยสินเชื่อ หรือ เงินกู้ ให้แก่สมาชิก ยังปล่อยกู้ให้สหกรณ์อื่นด้วย เองจำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม เพื่อให้ผลตอบแทนครอบคลุมภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินและการบริหาร รวมถึง สิทธิประโยชน์สมาชิก ในรูป ดอกเบี้ย เงินปันผล และ สวัสดิการ เป็นต้น

และ ความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินมากที่สุด คือ ประชาชนแห่ไถ่ถอนเงินลงทุน เงินฝาก หรือ หุ้น ของตนเองออกจากสถาบันการเงินพร้อมๆ กัน จาก ความกลัว และ ความไม่เข้าใจ อาจส่งผลทำให้ระบบการเงินของประเทศล่มสลายลงในที่สุด

การลงทุนระยะยาว หรือ การลงทุนที่ยาวนานพอ จะช่วยลด ความเสียหายระยะสั้น หรือ ผลกระทบระยะสั้น จากการลงทุนได้ ดังนั้น นักลงทุนไม่จำเป็นต้องกลัว หรือ วิตกกังวัลมากจนเกินไป แต่ควรรับทราบและเข้าใจของความเสี่ยงในการลงทุน เพื่อการวางแผนรับมือเมื่อเผชิญกับความเสี่ยง

สหกรณ์ออมทรัพย์ อาจได้รับผลกระทบอะไรบ้าง

อ้างอิงจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) ที่ว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ถือเป็นสถาบันการเงินที่มีสินทรัพย์รวมกันมากที่สุด เป็นอันดับ 3 รองจาก ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

ผลกระทบ ในสถานการณ์ โควิด19 (COVID-19) ส่งผลในภาพรวม ต่อทั้ง ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน กองทุนต่างๆ นักลงทุนรายกลางและรายย่อย ตลาดหลักทรัพย์ หรือ ตลาดหุ้น ตราสารหนี้ หรือ หุ้นกู้

ซึ่ง สหกรณ์ เป็นผู้เล่นรายหนึ่งในตลาดการเงินที่เชื่อมโยงกับผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดเช่นกัน เนื่องจากมีการลงทุนระหว่างกัน ให้กู้-ฝากเงิน ระหว่างกัน ดังนั้น ผลกระทบอาจส่งต่อกันเป็นวงกว้าง และ ได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย

และ ด้วยขนาดของสินทรัพย์และเม็ดเงินที่นำไปลงทุนในตลาดเงินขนาดนี้  ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน สถาบันการเงินอื่นในตลาดการเงิน ในทางเดียวกัน ย่อมได้รับผลกระทบจากสถาบันการเงินอื่น ผู้คน หรือ ประชาชนในวงกว้างได้เช่นกัน

การลงทุน ในทุกสินทรัพย์ หรือ ตราสารทางการเงิน มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น ผู้เขียนไม่ได้มีความต้องการให้เกิดความกลัวใดๆ ต่อการลงทุนในตราสารประเภทต่างๆ เพียงต้องการสร้างให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมของการลงทุน และ สินทรัพย์ที่เราลงทุนอยู่ และ นำเสนอเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา

 

อ่านเพิ่มเติม:
กบข. ขาดทุน? .. ผลตอบแทน กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ เป็นอย่างไรบ้าง
กองทุนประกันสังคม ซื้อหุ้นแพง จนขาดทุน จริงหรือไม่?
ประกันสังคม ขาดทุน? เงินหาย? .. สํานักงานประกันสังคม ได้รับผลกระทบอะไร?

บทความนี้ เป็นบทความต้นฉบับ สามารถนำไปอ้างอิงประกอบการศึกษาหรือการวิจัยได้ โดยสามารถศึกษาจากแหล่งข้อมูลอื่นประกอบ

อ้างอิง:
กรมส่งเสริมสหกรณ์
ข้อบังคับ สหกรณ์ออมทรัพย์ กระทรวงคมนาคม จำกัด
ระเบียบ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด ว่าด้วยดอกเบี้ยเงินกู้ ปี 2544
ระเบียบ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด ว่าด้วยการให้กู้เพื่อเหตุฉุกเฉินเฉพาะกิจ กรณีไวรัส COVID-19 ปี 2563
รายงานกิจการประจำปี สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2561
เว็บไซต์ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทบาทและความเสี่ยงของระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตาราง อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารกรุงเทพ ปี 2563