Corporate Governance on JAMPAY

Corporate Governance, การกำกับดูแลกิจการที่ดี, ธรรมาภิบาล, บรรษัทภิบาล, Jampay Thailand, แจมเพย์

การวางรากฐาน “ธรรมาภิบาลองค์กร” (Good Corporate Governance) เป็นส่วนหนึ่งของ “การกำกับดูแลกิจการที่ดี” เพื่อการเติบโตของ “บริษัท” (Corporate) เป็นเรื่องที่แจมเพย์สำคัญอย่างยิ่ง ถึงแม้วันนี้องค์กรจะยังอยู่ในรูป บุคคลธรรมดา (Ordinary Person)

ถือเป็น องค์กรขนาดเล็กมาก หรือ Nano Enterprise โดยเล็งเห็นว่า การวางรากฐานไว้ตั้งแต่ที่องค์กรยังเป็นขนาดเล็ก จะเป็นปัจจัยที่ประโยชน์ (Crucial Factors) ต่อการเติบโตในอนาคต รวมถึง ยังสามารถดำเนินการได้อย่างง่ายและสะดวกรวดเร็ว ดำเนินการภายใต้ “คุณค่าหลักขององค์กร” (Core Value) ที่เราวางเอาไว้ คือ

“JAM Session and PAY for Social.”

โดยมีนโยบายเพื่อสนับสนุน Corporate Governance ที่สำคัญ ดังนี้

 

1.นโยบายบริหารความเสี่ยง (Risk Management Policies)

  • Investment and Growth Understanding เข้าใจในกิจกรรมการลงทุนในด้านต่างๆขององค์กร เพื่อประโยชน์ (Useful) และประสิทธิภาพสูงสุด (Efficiency) แก่องค์กร ไม่ลงทุนหรือมีกิจกรรมการใช้จ่ายที่องค์กรไม่เข้าใจ หรือ ไม่เป็นประโยชน์กับองค์กร
  • Good Management ด้วยการบริหารที่ โปร่งใส (Tranparency) ชัดเจน (Clearly) และเป็นธรรม (Fairness) ทั้งเรื่องการเงิน (Finance) พัฒนาคุณภาพการผลิตเนื้อหาต่างๆ (Quality of Content) รวมถึง การดำเนินการต่างๆขององค์กร (Operations) เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินไปอย่างยั่งยืน โดยเน้นการเติบโต (Growth) และ ความแข็งแกร่ง (Strength) จากพื้นฐานการควบคุมภายในองค์กร (Internal Control)
  • Competitors and User Behavior เป็นโจทย์ที่สำคัญ (Key-Factors) ในการดำเนินงานขององค์กร เพราะถือว่า เป็น “ปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้องค์กรเติบโต” (Key-Driving)  จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำอย่างไรเพื่อรักษา “ผู้ใช้ใหม่” (New Users) ให้กลายเป็น “ผู้ใช้ประจำให้ได้” (Return Users) เข้าใจผู้ใช้งานมากขึ้น ว่าเขาต้องการอะไร มีประสบการณ์ (User Experience) ในการเข้าชมเว็บไซต์ หรือ ชุมชนของเราอย่างไร ศึกษาคู่แข่งรายอื่นๆใน “อุตสาหกรรม” (Industries) เดียวกัน และวางรากฐานให้เกิดความแตกต่าง และมีคุณค่า (Values) ให้ผู้ใช้งานนึกถึงเราเป็นอันดับแรก (Resonance)
  • Fiscal  ธุรกิจต้องมีผลการดำเนินงานที่ดีก่อน (Good Financial and Operationial Reporting) เพื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรทั้งหมด (All Stakeholders) เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆต่อไปได้ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร รวมถึงดำเนินนโยบายอื่นๆเพื่อสังคม จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่องค์กรต้องพัฒนาคุณภาพขององค์กรอยู่เสมอ เพื่อให้มี เงินทุนสนับสนุนจากหน่วยงาน (Subsidy) ผู้สนับสนุน (Sponsorships) รวมถึง ลูกค้า (Clients) และ ตัวแทนลงโฆษณา (Advertiser Agencies) เข้ามาเกื้อหนุน

2.นโยบายเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Development Policies)

  • Evergreen Content เน้นสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณค่าเสมอแม้เวลาจะผ่านไป รวมถึงเป็นประโยชน์กับผู้คน เป็นหลัก อาทิ หุ้น คืออะไร? แล้วเราจะได้อะไรจากการเล่นหุ้นบ้าง?
  • Organic Reach วางนโยบายในการส่งเสริมเข้าถึงจากผู้คนโดยแบบธรรมชาติ ด้วยการวางรากฐาน เนื้อหา (Content) คำหลัก (Keywords) และ เป็นมิตรกับเครื่องมือค้นหา (SEO) ทดแทน การทุ่มงบโฆษณา (Advertisement)
  • Growth with Value Investment ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนขององค์กรด้วยการพาองค์กรเข้าสู่การลงทุนเน้นคุณค่า สร้างผลตอบแทนในระยะยาว ที่จะทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงมีกำลังในการทำตามนแนวทางขององค์กรต่อไป
  • Growth with Data ให้ความสำคัญ กับ การเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ (Analysis) และ วางแผน (Planning) ในการพัฒนาองค์กรให้สามารถแข่งขันในตลาดได้
  • Oraganization Standards เป็นองค์กรที่มีมาตรฐาน (Standards) น่าชื่อถือ ไว้ใจได้ สำหรับผู้เข้าชม-ผู้อ่าน-ผู้ฟัง (Audiences and Users)  รวมถึง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร (Stakeholders) หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้อง (Relatives)
  • Fairness เมื่อลูกค้า องค์กร หรือ บริษัท สนับสนุนบทความใดบทความหนึ่ง ทางเราจะนำ “ชิ้นงานโฆษณาจากแพล็ตฟอร์มอื่น” ออก ให้เหลือเพียง ชิ้นงานจากผู้ลงโฆษณาที่ลงโฆษณาในบทความนั้นเท่านั้น ในส่วน “ผู้สนับสนุนบทความนี้”

1. เพื่อประโยชน์ของ “ผู้อ่าน” (Users) ที่จะได้รับประสบการณ์ (User Experience) ในการอ่านที่ดีขึ้น
2. เพื่อประโยชน์ของ “ลูกค้า” ที่จะทำให้ ผู้อ่านเห็นเพียงชิ้นงานจากโฆษณาของตนเท่านั้น และสร้างรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และความรู้สึกต่อแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น โดยผู้อ่านไม่จำเป็นต้องซื้อค่าสมาชิกเพื่อ “อ่านแบบไม่มีโฆษณา” แต่เป็นองค์กรหรือบริษัทที่จ่ายส่วนนี้เพื่อสนับสนุนให้แทน
3. เพื่อประโยชน์ของแจมเพย์ ที่มีรายได้โดยตรง และทำให้มุ่งมั่นพัฒนาเนื้อหาต่อไป

3.นโยบายเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility and Environment Policies)

  • Social Returns จัดสรรร้อยละ 1 (1%) ของรายรับต่อปี (Total Revenue) ทั้งหมด ในการบริจาค (Donate) สนับสนุน (Supporting) สร้างสรรค์ (Creation) กิจกรรมต่างๆ (Activities) ที่ส่งเสริมในด้านสังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environment) รวมถึงในด้านการศึกษา (Education) หรือเกี่ยวเนื่องกัน (or Relatives) โดยอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม และขนาดของกิจการ
  • Work From Home หรือ “ทำงานที่บ้าน” เนื่องจากเป็นองค์กรสมัยใหม่ และ เป็นองค์กรในรูปแบบออนไลน์ (Online Businesses) รูปแบบการทำงานส่วนใหญ่ สามารถทำได้ด้วยแพล็ตฟอร์มออนไลน์ (Online Platforms) ต่างๆ ที่ช่วยให้ไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่สำนักงาน (Office) บ่อยครั้ง เข้ามาเพียงประชุมองค์กรเท่านั้น
  • Meeting at Cafe’ เป็นนโยบายกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยการประชุมทีมงานจะนัดตามสถานที่ต่างๆ ที่สะดวกและใกล้ที่สุด
  • Willingness to Give ให้มุมมอง (Overviews)และแนวคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ (Mindset) กับผู้อื่น ด้วย แพล็ตฟอร์มที่เข้าถึงผู้คนได้ง่าย อาทิ Pantip.com
  • Domestic Advertisement วางนโยบายในการโฆษณากับ ผู้เผยแพร่ (Publishers) หรือ ผู้ (Influencers) หรือ กิจกรรมอื่นๆ (Activities) ภายในประเทศ (Domestic Activities) หรือในประเทศที่เข้าไปดำเนินกิจการ (Its establishments) เป็นหลัก เพื่อกระจายรายได้ภายในประเทศ และ สร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ทดแทนการใช้โฆษณาจากเจ้าใหญ่เพียงอย่างเดียว
  • Big Brothers เมื่อแจมเพย์เติบโตในอนาคต จะมุ่งมั่นเป็น “พี่ใหญ่” หรือ เป็น Angel ในวงการ Venture Capital ในการให้ “เงินลงทุน” สนับสนุนองค์กรธุรกิจใหม่ๆ (Start-Up) ที่มีโอกาสในการเติบโต และสร้างการเติบโตใหม่ๆ ตามชื่อของ “JAMPAY” ซึ่งเงินลงทุนที่มอบให้ มาจากเงินใน สัดส่วน “Social Returns”

ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวทั้งหมด เป็นความมุ่งมั่นของ “แจมเพย์” (JAM-PAY) และเป็นไปตามแนวความคิดหลักขององค์กร ที่ต้องการดำเนินกิจการขององค์กร ไปพร้อมกับการสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรทั้งหมดเป็นสำคัญ