Solo Travel in Tokyo เที่ยวโตเกียวคนเดียว DAY4 | Jampay Pain-Point

Solo Travel in Tokyo เที่ยวโตเกียวคนเดียว DAY4 | Jampay Pain-Point

ในเช้าวันที่ 4 เราตั้งใจไป .. เดินเที่ยว เดินเล่น ที่ “ชิบูยะ” (Shibuya), “ฮาราจูกุ” (Harajuku) และ “ชินจูกุ” (Shinjuku) หรือ โซนที่เราเรียกว่า ด้านซ้านของแผนที่หากมองจากโรงแรมที่พักของเรา เราก็ตื่นมาอาบน้ำ แต่งตัว วางแผนแต่เช้าว่าเราจะไปโซนนี้อย่างไรดี จะเดินไปดีไหม หรือว่า จะขึ้นรถไฟใต้ดินของเมือง (Tokyo Metro Subway) ไปดี

เพราะ วัดจากแผนที่ Google Maps อย่างคร่าวๆ จาก Kyobashi ที่เราอยู่ไปโซนดังกล่าว ประมาณ 5 กิโลเมตร (km) คิดอย่างง่ายๆ ไป-กลับแค่ 10 กิโลเมตร (km) เอง เป็นระยะที่เราสามารถเดินเท้า (Enjoy Waling) ชมวิวทิวทัศน์ของเมือง (Sightseeing) ได้อย่างสบายๆ ซึ่งเรารู้สึกสบายกว่าตอนที่เราเดินเล่นรอบ “กรุงเทพมหานคร” (Bangkok) ซะอีก

อาจจะด้วยสภาพอากาศที่เย็นๆในแบบที่เราชอบ ประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส (C) รวมถึงฝุ่นควันต่างๆมีน้อย และทางเดินเท้า (Footpath) ที่ค่อนข้างเป็นมิตรต่อการเดินมากกว่า ทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยมากนัก เมื่อเดินเล่นที่ “โตเกียว” (Tokyo) นี้ คือเดินไปเรื่อยๆ บวกกับ “รองเท้าผ้าใบกีฬา” (Sneakers) ของ Nike ที่เราใส่มันค่อนข้างช่วยได้เยอะมากๆ

เอาหล่ะ หลังจากที่พูดถึงการเดินเล่นในโตเกียวมาพอสมควร เตรียมตัวไปเที่ยวย่านยอดนิยมกันเลยดีกว่า ..


Remind: ทำความเข้าใจร่วมกัน 

  • สิ่งที่จะได้มากกว่า (Values) คือ สิ่งที่ได้จากการสังเกต มุมมองในการดำเนินธุรกิจ การตลาด และ การลงทุน มุมมองของผู้บริโภค รวมถึงมุมมองที่เข้าใจ “มือใหม่” เพราะ บางครั้งคนเราเขินอายที่จะถามคนอื่นว่าตัวเองไม่รู้ แต่สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เราว่ามีคุณค่ากับผู้อ่าน .. นอกเหนือภาพสวยๆ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพราะเราถ่ายรูปไม่เก่ง และภาพถ่ายจะไม่มีการแต่ง เกิดจากการปรับแสงหลังกล้องเฉยๆ ไม่มีการปรับความตรงใดๆ อาจจะดูเบี้ยวๆนิดนึง เพราะถ่ายมาเยอะมากครับ และจัดการภาพเยอะๆไม่เป็นด้วย และการไปครั้งนี้เราแทบไม่มีข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวอะไรมากมาย
  • จะมีการแสดงโฆษณาคั่นระหว่างบทความ (In-Article Ads) โดยทางเราจะระมัดระวังไม่ให้ขัดกับประสบการณ์ในการอ่านของผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ต่อไป และหากมีผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุนบทความ ผู้อ่านทุกท่านจะได้รับประสบการณ์การอ่านแบบไม่มีโฆษณา
  • เพื่อเพิ่มอรรถรส (Utilities) เราจะมีชื่อเพลงที่เราเปิดในตอนนั้นระบุไว้ให้ ผู้อ่านสามารถเปิดเพลงนั้นๆเป็นพื้นหลังระหว่างการอ่านได้เช่นกัน เหมือน คุณผู้อ่านเข้ามาชมห้องแสดงงานศิลปะของเรา จะได้เข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกขณะบันทึกภาพเหล่านั้น
  • เป็นใช้การพิมพ์เนื้อหาแบบบอกเล่ายาวๆ (Long Take) บางครั้งด้วยการพิมพ์จำนวนมากๆ คำผิดต่างๆ ที่อาจจะ “เล็ดลอด” สายตาเราไปได้ แต่เรากลับมาอ่านอีกครั้งเสมอ และพยายามแก้ไขคำไทยให้ถูกเสมอ หรือหากพบเห็น ก็สามารถแจ้งทางเราได้ และเมื่อแก้ไขแล้ว จะมีเครื่อง “…” ไว้ให้ เพื่อเป็นคำที่ถูกต้อง รวมถึงมี (…) ภาษาอังกฤษไว้ให้ สำหรับคำที่เรามองว่าเป็นประโยชน์


เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว แบบ Solo Travel ย่าน “โอโมเตะซันโด” (Omotesando)  “ชิบูยะ” (Shibuya), “ฮาราจูกุ” (Harajuku) และ “ชินจูกุ” (Shinjuku)

Song ♫: ผักบุ้งลอยฟ้า – Bodyslam 

หลังจากเดินออกจากโรงแรม “ฝนตกปรอยๆ” และไม่ได้หยิบร่มมาจาก “ล็อบบี้” (Lobby) ของโรงแรม แต่ก็คิดเอาว่า อีกสักพักหนึ่ง ฝนก็คงหยุดตกไปเอง หรือ ที่ที่เราจะไป อาจจะไม่ตกก็ได้ แต่ตอนนี้ก็คงจะเดินไปไม่ได้แล้ว ขึ้นรถไฟใต้ดินไปแล้วกัน

เราจึงตัดสินใจ ใช้การเดินทางด้วย รถไฟใต้ดินสาย Ginza Line (สีส้ม) จาก Kyobashi Station ไปยัง Omotesando Station แล้วหลังจากนั้น ก็จะเดินเล่นไปเรื่อยๆในโซนนั้น

ตอนอยู่บนรถไฟใต้ดิน เราก็ยืนดูโฆษณาบนรถไฟฟ้าของที่นี่ ก็พบกับโฆษณา “Nintendo Ringfit Adventure” เป็นโฆษณาที่ ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถ ออกกำลังกายกล้ามเนื้อแขนและขาอยู่ที่บ้าน จาก ผลิตภัณฑ์ของ “Nintendo” ลักษณะห่วงวงกลม สามารถยืดหยุ่นได้ โดยลักษณะการใช้งานคือ ขยับไปมา ยืดเข้าและออก เพื่อเดิน ต่อสู้ และใช้ควบคุมสิ่งต่างๆภายในเกม เป็นการเล่นเกมไปด้วย และออกกำลังกายไปพร้อมกัน ต้องบอกว่า เราไม่ใช่คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมเกมส์ สิ่งนี้จึงค่อนข้างเปิดมุมมองของเราพอสมควร

ทำให้เราเข้าใจได้ทันทีว่า อนาคตอันใกล้จะเข้าสู่ยุค “การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆเข้าด้วยกัน” หรือ “แวร์เอเบิล” (Wearable)  เต็มตัวก่อนเราแน่นอน ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาจจะสามารถเตรียมวางแผนธุรกิจไว้รองรับได้เลย

ยกตัวอย่าง “แวร์เอเบิล” (Wearable) หรือ ระบบนิเวศแวร์เอเบิล (Wearable Ecosystem)

ให้เห็นภาพอย่างง่าย ที่เราได้เห็นและสัมผัสใน ประเทศไทย แล้ว คือ การที่มี “นาฬิกาอัจฉริยะ” (Smart Watch) เช่น Apple Watch สามารถควบคุม สั่งการ โดยเชื่อมโยงกับ “สมาร์ทโฟน” (Smartphone) และ “หูฟัง” (EarPods) หรือ “หูฟังไร้สาย” (AirPods)

กล่าวคือ สามารถอ่านอีเมล (Email) อ่านแจ้งเตือน (Notifications) เลือกฟังเพลงต่างๆ รับสายโทรเข้า ซึ่งในอนาคตอันใกล้ จะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆได้ด้วย เหมือนกับสิ่งที่เราคุ้นเคยกันอย่าง Smart TV หรือ Devices อื่นๆ เพื่อนำการแสดงผลขึ้นจอต่างๆที่สามารถเชื่อมต่อได้

ดังนั้น ในอีกไม่กี่ปี “สมาร์ทโฟน” อาจจะเป็นเพียงอุปกรณ์หนึ่งในระบบนิเวศของแวร์เอเบิลนี้ (Wearable Ecosystem) สมมติว่า อนาคตอันใกล้ เราสามารถเชื่อมต่อ “หน้าจอแสดงผล” ที่ไหนก็ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น เช่นเราเดินไปนั่งทานร้านกาแฟ มีจอแสดงผลติดที่โต๊ะไว้ให้ เราไม่จำเป็นต้องมี “แล็ปท็อป” (Laptop) หรือ เราอยากจะดูภาพยนตร์ ละคร ซีรีย์ แต่เราเชื่อมต่อระบบสมาชิกไว้ที่สมา์ทโฟน หรือ นาฬิกาอัจริยะของเราแล้ว

เราต้องการแค่หน้าจอเพื่อแสดงผลเท่านั้น ก็อาจจะเสียค่าใช้จ่ายในการใช้บริการหน้าจอของทางร้านเพิ่มเติม หรือ บางร้านเช่น สตาร์บัคส์ อาจจะมีนโยบายใช้จอของร้านฟรี เราไม่ต้องยกแม้กระทั้ง iPad ไปตามที่ต่างๆเลย มันอาจจะกลับไปคล้ายกับยุค อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ (Internet Cafe) หรือ ร้านเกมส์  เพียงแค่อยู่ในรูป “จอแสดงผลคาเฟ่” แทน และในอนาคตอันใกล้ ยักษ์ใหญ่จะทำ Free-Wifi ให้เราได้ใช้ฟรี และทุกอย่างจะสะดวก รวมถึงมีระบบความปลอดภัยมากขึ้น หรืออาจจะล้ำไปกว่านั้นคือ มีแว่นตา (Glasses) ที่ใช้เป็นหน้าจอแสดงผลได้เลย มันน่าสนุกนะ ..

พอไปถึงที่หมาย .. เดินขึ้นมาจากสถานี Omotesando Sta. ก็ ผ่างง! .. ต้องพบเหตุการณ์ ฝนตกหนัก กับผู้คนมากมายที่เดินไปเดินมา ทุกคนต่างถือร่มกันหมด สีขาวใสบ้าง สีดำบ้าง ในนาทีนั้น เหมือนมีเราคนเดียวในย่านนั้น ที่ไม่มีร่ม

นี่แหละ ในวันไหนที่คุณคิดจะเสี่ยง มันก็จะมีอะไรให้คุณประหลาดใจเสมอ

เราเหมือนคนโง่อีกแล้ว เหมือนคนไม่อ่านพยากรณ์อากาศ ด้วยทุกสายตาที่มองเรา เหมือนเราคนแปลกแยก เราก็ตัดสินใจเดินเรียบอาคารไป พลางดูแผนที่ในสมาร์ทโฟนไปด้วย ซึ่งอาคารต่างๆ ไม่มีได้มีส่วนยื่นออกมาให้เราใช้หลบฝนได้มากนัก เราเห็น สตาร์บัคส์ (Starbucks) ในแผนที่ ตั้งอยู่ที่สุดหัวมุมถนน เราเลยตัดสินใจเดินไป พลางเอากระเป๋าถือขึ้นมากันฝน

เอาหล่ะ มาถึงสถานที่ตามแผนที่ ว่าแต่จะเข้าไปได้อย่างไร .. ในเมื่อห้างยังไม่เปิด เดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งก็พบ “ลิฟท์” (Lift) ที่สามารถขึ้นไปที่ “สตาร์บัคส์” ได้เลย ไม่ต้องเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า โดยร้านตั้งอยู่ที่ ชั้นที่ 6 (6Fl.)  .. เปียกปอนไปทั้งตัวทั้งใจ (ฮ่าๆ)

เราตัดสินใจเข้ามาในร้าน เพื่อนั่งพักทานกาแฟในตอนเช้า และหาอะไรทาน “รองท้อง” ไปก่อน เพราะจริงๆเราตั้งใจมากินข้าวหน้าเนื้อ (Beef Rice Bowl) ของย่านนี้ แต่ด้วยฝนตกหนัก และเราไม่สามารถเดินไปจนถึงร้าน รวมถึงร้านข้าวหน้าเนื้อยังไม่เปิดให้บริการ เราเลือกสตาร์บัคส์ และนั่งมองดูผู้คนไปด้วยในตัว

Starbucks, สตาร์บัคส์, Solo Travel, Americano, อเมริกาโน, มัฟฟิน, Black Peppers, มันฝรั่งทอดกรอบรสพริกไทยดำ, Starbucks Black Peppers Potato Chips,

สตาร์บัคส์ (Starbucks) ที่ ญี่ปุ่น (Japan) มีอะไรน่าสนใจบ้างนะ?

หลายคนถามว่า ทำไมเราถึงเลือกใช้บริการ “สตาร์บัคส์” (Starbucks) หนึ่งเหตุผลเราได้บอกไปที่บทความก่อนหน้านี้แล้ว แต่อีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ การที่เราจะเข้าใจ “พฤติกรรมของผู้คน” (Behaviors) ซึ่งเราเอง เป็นคนชอบสังเกตสิ่งต่างๆอยู่แล้ว

หากเราอยาก “สำรวจ” (Research) เอง เราก็สามารถทำได้ แต่อาจจะต้องใช้เวลา และการลงทุนลงแรงที่มากกว่า หากเราต้องการช่องทางที่รวดเร็วกว่านั้น คือ การอาศัยสิ่งที่ “แบรนด์” (Brands) ต่างๆเขากำลังทำอะไรอยู่ ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมืออย่างง่ายได้เช่นกัน

เพราะ แบรนด์ต่างๆ ต้องหาสินค้า (Products) ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า เพื่อที่จะสามารถสร้างยอดขาย (Increasing Revenues) ทำกำไร (Take Profit) ให้กับกิจการอยู่แล้ว ..

ดังนั้น สินค้าจากแบรนด์ใหญ่ๆ ที่ผ่าน “กระบวนการพัฒนาสินค้า” (Product Development) มาแล้ว ย่อมผ่าน “กระบวนการทางการตลาด” (Marketing Process) ด้วยเช่นกัน .. เราจึงสามารถใช้เป็นตัวแทนของพฤติกรรมผู้คนได้ดีที่สุด อาทิ “ราคา” (Prices), “รสชาติ” (Tastes) “บรรจุภัณฑ์” (Packaging) เป็นต้น

นอกจากจะสั่ง อเมริกาโน (Americano) ของโปรดมาทาน เรายังสั่ง “มันฝรั่งอบกรอบ รสพริกไทยดำ” (Potato Chips Black Pepper) และ “แซนด์วิช ขนมปังอบ ผักขมอบชีส “(Spinach Muffin Sandwich) ด้วย รวมแล้วทั้งสิ้น 1,034 เยน (JPY) คิดเป็นเงินไทยประมาณ 295 บาท (THB)

รสชาติของมันฝรั่งอบกรอบรสพริกไทยดำนั้น อร่อยมาก ถูกจริตของเรามาก เราอยากทานอาหารรสชาติจัดจ้านแบบนี้บ้างตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น รสชาติทำให้เรานึกถึงตอนที่เราไป “การเยี่ยมชมเชิงธุรกิจ” (Business Trip) ที่ “กัมพูชา” (Cambodia)

ที่นั่น เรามีโอกาสได้ทานอาหารที่ใส่ส่วนผสมขึ้นชื่อของประเทศ และระดับโลก คือ “พริกไทยกำปอด” (Kampot Pepper) ซึ่งเป็นชื่อเมืองที่ปลูกพริกไทยพันธุ์นี้ รวมถึงของขึั้นชื่ออีกอย่างก็คือ “เกลือกำปอด” (Kampot Salt) เอาง่ายๆ ถ้าคุณทำเนื้อย่างชั้นดี ( Premium Steaks) คุณสามารถนำทั้งสองส่วนผสมนี้โรยลงบนเนื้ออันชุ่มฉ่ำ ทุกอย่างคือจบ อร่อยเลย

ซึ่งรสชาติของมันฝรั่งอบกรอบฯ เหมาะกับคนไทยมากๆ รสชาติมีความคล้าย Sour Cream and Onion แต่มีความเผ็ดจากพริกไทยมากกว่า มีกลิ่นของพริกไทยที่หอมมาก อยากให้ลอง แต่เราพยายามหาข้อมูลจากซองบรรจุภัณฑ์ว่าเป็นพริกไทยพันธุ์อะไร แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ทำให้เราไม่สามารถทราบชื่อพันธุ์มาได้

เหมือนกับที่ ประเทศไทย (Thailand) .. รสชาติที่ได้รับความนิยม (Popular Tastes) คือ Salt Flavor,  Sour Cream and Onion Flavor จึงคิดเอาเองว่า “ขนมรสชาติพริกไทยดำ” (Black Pepper Flavor Snacks) น่าจะเป็นตัวแทนรสชาติที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นได้เช่นกัน

**เราชอบพิมพ์ JPY เป็น JYP อยู่เรื่อยเลย ถ้าผู้อ่านพบเห็นตรงไหนแจ้งทางเราได้เลย

Starbucks, สตาร์บัคส์, Americano, อเมริกาโน, มัฟฟิน, Black Peppers, มันฝรั่งทอดกรอบรสพริกไทยดำ, Starbucks Black Peppers Potato Chips,

ร้าน RedRock Harajuku 

Sapporo Beers, Japan Beer Brewing, Red Rock Rice Beef, Red Rock Harajuku, RedRock ฮาราจูกุ, เรดร็อค ฮาราจูกุ ข้าวหน้าเนื้อ, เบียร์ญี่ปุ่น, Beer, Rice Bowl,

หลังจากฝนเริ่มเบาลง .. และถึงเวลาเปิดทำการของทางร้าน ชื่อร้าน “RedRock Harajuku” (レッドロック 原宿店) ซึ่งสายเนื้ออย่างเราจะพลาดได้อย่างไร

เข้ามาถึงก็สั่ง “เมนูแนะนำ” (Recommended Menu) หรือ “เมนูขายดีอันดับ 1” (Best Seller) พร้อมด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ ในวันที่ฝนตกแบบนี้ ราคารวมทั้งสิ้น 1,500 เยน (JPY) หรือ 427.50 บาท (THB)

จะอธิบายรสชาติอย่างไรดี? ..  มาถึงเราก็ “คลุกเคล้า” ให้เข้ากัน เอาเป็นว่า หอม หวาน ฉ่ำ ทานพร้อมกับข้าวคือที่สุดแล้ว พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ รสชาติของเครื่องดื่มจะคล้ายเครื่องดื่มประเภท Larger ของประเทศไทย

Sapporo Beers, Japan Beer Brewing, Red Rock Rice Beef, Red Rock Harajuku, RedRock ฮาราจูกุ, เรดร็อค ฮาราจูกุ ข้าวหน้าเนื้อ, เบียร์ญี่ปุ่น, Beer, Rice Bowl,RedRock Tokyo Japan, PayPay, Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

อย่างที่เราเล่าไปในบทความของเมื่อวานนี้ ว่าเราต้องใช้เวลาเทียบเคียงระหว่าง รูปภาพ ชื่อเมนู ระหว่างเครื่องกดสั่งซื้อ กับ รายการอาหารที่อยู่บนกำแพงของร้าน แต่ร้านนี้มีตัวเลขกำกับชัดเจน ทำให้เราไม่ต้องใช้เวลานานมากในการสั่งซื้อจากตู้ให้บริการ

Sapporo Beers, Japan Beer Brewing, Red Rock Rice Beef, Red Rock Harajuku, RedRock ฮาราจูกุ, เรดร็อค ฮาราจูกุ ข้าวหน้าเนื้อ, เบียร์ญี่ปุ่น, Beer, Rice Bowl,RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

PAINPOINT #9 : ตู้สั่งซื้ออาหารในญี่ปุ่น ใช้อย่างไร?

ไม่ได้ยากขนาดนั้น .. ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่า ตู้นี้จะเป็นประเภท ใส่เงินลงไปที่ตู้ก่อนจะสั่งซื้อ ไม่ว่าจะหยอดเหรียญ (Coin) ตรงช่องกลาง (ดังภาพ) หรือ ธนบัตร (Banknote) ที่ช่องขวา (ดังภาพ) หรือ ช่องเสียบบัตร Suica IC Card หรือ บัตรเดบิต บัตรเครดิต ก็ตาม บางตู้จะขึ้นไฟสว่างที่รายการอาหารแสดงว่า จำนวนเงินของเราสามารถกดซื้อเมนูไหนได้บ้าง แต่บางตู้ก็สว่างเหมือนกันหมด เมื่อกดสั่งซื้อแล้ว จะได้รับ “บัตร” หรือ “ตั๋วสั่งซื้อ” (Order Tickets) ที่ช่องซ้ายมือ (ดังภาพ) ก็นำไปให้พนักงาน แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะภายในร้าน

ที่สำคัญ! อย่าลืมรับเงินทอด (Exchange) ด้วยหล่ะ ..เพราะในขณะที่เรากำลังจะถ่ายภาพของตู้กดสั่งซื้อนี้ ก็พบว่า มีเงินทอนค้างอยู่ที่ช่องเงินทอนจำนวนมากอาจจะด้วยเป็นชาวต่างชาติ และไม่คุ้นเคยกับการใช้ตู้แบบนี้ รวมถึงไม่คุ้นเคยกับเงินที่ตนเองจ่ายไป เช่น อาจจะจ่าย ธนบัตรใบละหมื่นเยน ซื้ออาหารหลักพันเยน เพราะ เราดูคร่าวๆ ทอนออกมาเป็นเหรียญ 500 เยน (JPY) จำนวนมาก เราจึงเรียกพนักงานมาบอกว่า มีเงินทอนของลูกค้าคนเมื่อกี้อยู่ที่เครื่อง ให้นำไปคืนลูกค้าท่านนั้นด้วย

ซึ่งร้านค้าในญี่ปุ่นจะเป็นลักษณะแบบนี้โดยส่วนใหญ่ เพราะ จะมีลักษณะเป็นร้านที่มีเจ้าของเป็นพ่อครัว และมีพนักงานบริการ 1-3 คน ซึ่งอาจจะเป็นร้านที่ใหญ่ การนำตู้กดสั่งซื้อเข้ามาช่วย ก็เป็นการลดขั้นตอนได้มาก รวมถึงสามารถเก็บเงินของลูกค้าที่มาใช้บริการได้ทันที เก็บยอดการซื้อขายต่อวันได้แบบมีระบบมากขึ้น รวมถึงสามารถวางแผนรองรับการใช้บริการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

เช่น บางร้านจะไม่เสริฟน้ำ ถ้าลูกค้ายังไม่กดสั่งซื้อจากตู้ เพราะการเดินมาเสริฟน้ำ คือ การเดินมารับตั๋วสั่งอาหาร เป็นการเดินรอบไป-กลับ เดียวนั้นเอง จะได้อธิบายตัวอย่างในวันถัดๆไป

ร้าน BEAMS+  Harajuku 

Beams+, Beams, T-Shirts, Jeans, Shoes, Shirts, Suits, Clothes, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

หลังจากที่ออกมาจากร้าน RedRock เราก็เดินมาหลบฝนที่ร้าน Beam+ Harajuku ที่ประเทศญี่ปุ่น เราก็ชื่นชอบการตกแต่งร้านของสาขานี้นะ และโทนสีแบบ “เอิร์ธโทน” (Earth Tones) แบบนี้ เลยไม่พลาดที่จะถ่ายภาพมาฝากผู้อ่าน

Beams+, Beams, T-Shirts, Jeans, Shoes, Shirts, Suits, Clothes, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

Beams+, Beams, T-Shirts, Jeans, Shoes, Shirts, Suits, Clothes, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

Beams+, Beams, T-Shirts, Jeans, Shoes, Shirts, Suits, Clothes, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

Beams+, Beams, T-Shirts, Jeans, Shoes, Shirts, Suits, Clothes, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

Beams+, Beams, T-Shirts, Jeans, Shoes, Shirts, Suits, Clothes, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

Beams+, Beams, T-Shirts, Jeans, Shoes, Shirts, Suits, Clothes, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

Beams+, Beams, T-Shirts, Jeans, Shoes, Shirts, Suits, Clothes, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

“เทรนด์แฟชั่น” ของ “วัยรุ่นวัยทำงาน” ตามท้องถนนใน “โตเกียว” ประเทศ  “ญี่ปุ่น” เป็นอย่างไรบ้างตอนนี้? (Japanese Fasion Trends Taking over the Street of Tokyo, Japan)

ต้องอธิบายว่า .. ในปัจจุบัน เทรนด์การแต่งตัว หรือ “เทรนด์แฟชั่น” (Fashion Trends) หรือ “กระแส” สไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Styles) ทั้งผู้ชายและผู้หญิงวัยทำงานที่ประเทศ ญี่ปุ่น เท่าที่เราสังเกต จะแต่งกายด้วยโทนสี “เอิร์ธโทน” (Earth Tones) และ สีเบจ (Beige Color) อย่างเรียบง่าย เป็นสีที่เรียบง่าย ลดความสดใสของสีลง ต่างจากที่เราเคยเห็นผ่านตาตามสื่อต่างๆ  โดยจะเข้ากับธรรมชาติ เข้ากับสีอาคาร และบรรยากาศของเมืองมากยิ่งขึ้น ทำให้สบายตาอย่างมาก

เรามองว่า .. คนญี่ปุ่น มีลักษณะเรียบง่าย รวมถึงค่อนข้าง “มินิมอล” (Mininal) จึงสะท้อนออกมาจากทั้งการแต่งกาย รวมถึงวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตต่างๆของชาวญี่ปุ่น

สำหรับผู้ชาย (Male) .. ภาพต่างๆ ของ Beam+ Harajuku ที่เราถ่ายมาเป็นสิ่งที่อธิบาย การแต่งกายของผู้ชายวัยรุ่น วัยทำงานได้อย่างเด่นชัดที่สุด

สำหรับผู้หญิง (Female) ก็จะยกตัวอย่าง “เสื้อผ้า” สำหรับผู้หญิงวัยทำงาน ที่เราเห็นผ่านๆตาใน Instagram แล้วกัน ชื่อร้าน @with.it.store, @calico__official , @sos.senseofstyle ส่วน “กระเป๋าผู้หญิง” ถ้าให้เรายกตัวอย่าง ก็ประมาณ Charles & Keith เรามีโอกาสเดินผ่านสาขาที่ Siam Paragon เป็นสี และรูปทรง ประมาณนั้นเลย

สินค้าต่างๆที่เราพูดถึงมาทั้งหมดนี้ เขาไม่ได้สนับสนุนเราหรอกนะ  .. แต่เราอยากอธิบายให้ทุกท่านเห็นภาพสิ่งที่เราเห็นได้ง่ายขึ้น และสำหรับเรา ถ้าคุณผู้ชายจะไปซื้อเป็นของขวัญให้แฟนสาวเราว่าก็เหมาะ หรือ คุณผู้หญิงวัยทำงานเราว่าก็ดีเลย ดูมีรสนิยม ในราคาน่าคบหา ไม่แพงมากจนเกินไป

แต่ถ้าไปซื้อหรือไปใช้บริการ รบกวนผู้อ่านบอกว่า รู้จักแบรนด์มาจากบทความเราก็ได้ เผื่อเขาจะเข้ามาเห็นสิ่งที่เรากำลังประโยชน์อยู่ และมาสนับสนุนชุมชนแจมเพย์ให้พัฒนา เข้มแข็ง และยั่งยืน เป็นประโยชน์สำหรับผู้อื่นต่อๆไป

สำหรับผู้อ่าน ที่เป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้า หรือ ดูแลเกี่ยวกับการตลาดแบรนด์เสื้อผ้าที่ต้องการทำตลาดไปยังประเภทญี่ปุ่น หรือ อยากทำตลาดภายในประเทศไทยในเชิงแฟชั่นแบบญี่ปุ่น หรือ สำหรับคนไทยที่ต้องการไปท่องเที่ยวยังญี่ปุ่น ก็สามารถนำข้อมูลจากบทความนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน

Harajuku, ฮาราจูกุ, Beams+, Beams, Beams Shop Tokyo Japan, RedRock Tokyo Japan, PayPay, AliPay, Jampay, Jamplay Roasted Beef Bowl, เรดร็อค ข้าวหน้าเนื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น,

เดินออกมาจากร้าน ฝนยังตกอยู่ ซึ่งเราก็ไม่มีร่มมา เลยตัดสินใจไปหาของหวานทานเพิ่ม ..

Latte Art หมี, Reissue, Coffee Shop, Shiba Latte Art, Harajuku, ร้านกาแฟ ฮาราจูกุ, ลาเต้อาร์ต, ร้านกาแฟรูปหมา,

ในแผนที่ แสดงว่า “Latte Art หมี” ทำให้เราตัดสินใจไปที่ร้านนี้ เพราะ “ลาเต้อาร์ต” (Latte Art) ที่เป็น 3 มิติ .. เลยตั้งใจจะไปสำรวจ และถ่ายรูปไว้ เผื่อพาสาวมาด้วยในครั้งหน้า เพราะมันค่อนข้างน่ารักดี รวมถึงหาของหวานทาน หลังจากที่ทานข้าวหน้าเนื้อมาก่อนหน้านี้ “ทานคาว แล้วต้องทานหวาน” แต่ชื่อที่แสดงอยู่หน้าร้าน คือ “Reissue”

โดยสรุป ครึ่งวัน ยังไม่ได้ไปไหนไกล เดินเป็นสามเหลี่ยมแค่นี้ คือ RedRock, BEAMS+ และ Latte Art หมี (Reissue) เพราะฝนตก

Latte Art หมี, Reissue, Coffee Shop, Shiba Latte Art, Harajuku, ร้านกาแฟ ฮาราจูกุ, ลาเต้อาร์ต, ร้านกาแฟรูปหมา,

Latte Art หมี, Reissue, Coffee Shop, Shiba Latte Art, Harajuku, ร้านกาแฟ ฮาราจูกุ, ลาเต้อาร์ต, ร้านกาแฟรูปหมา,

Latte Art หมี, Reissue, Coffee Shop, Shiba Latte Art, Harajuku, ร้านกาแฟ ฮาราจูกุ, ลาเต้อาร์ต, ร้านกาแฟรูปหมา,

Latte Art หมี, Reissue, Coffee Shop, Shiba Latte Art, Harajuku, ร้านกาแฟ ฮาราจูกุ, ลาเต้อาร์ต, ร้านกาแฟรูปหมา,

จากที่เราสังเกต .. เวลาเราถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ หรือ วิวทิวทัศน์ ที่เราไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายแบบเจาะจงใคร คนญี่ปุ่นจะดูไม่ค่อยชอบนัก และจะมองเราด้วยสายตาที่เรารู้สึกได้ว่าไม่ชอบ เอามือปิดหน้า ก้มหน้าหนี ซึ่งเรามองเห็นได้จากการมองผ่านกล้อง  ในขณะที่ชาวตะวันตก จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง คือ “ยิ้มสู้” หรือไม่ก็ เดินเข้ามาสู้กล้องเลย หรือ ที่เรารู้สึกกันว่า “PhotoBomb” ..

บางครั้ง เราอาจจะอยากถ่ายวิถีชีวิตผู้คนแบบรวมๆ เดินผ่านไปผ่านมา ภาพรวมของเมือง ทิวทัศน์ โดยถ่ายรูปสถานที่ต่างๆตามท้องถนน ก็อาจจะต้องพบเจอกับเรื่องแบบนี้ กล่าวคือ บางครั้งองค์ประกอบรูปทุกอย่างลงตัว แต่ในภาพ เป็นรูปคนสีหน้าไม่พอใจมองมาที่กล้องอย่างชัดเจน เราก็ไม่สามารถนำรูปนั้นมาลงได้ ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว

ดังนั้น อันนี้ก็ฝากไว้เป็น “ข้อควรระวัง” เล็กๆน้อยๆ เผื่อผู้อ่านมีโอกาสมาท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น ก็ระมัดระวังการถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ และติดรูปผู้คนมาด้วย ซึ่งเราเองยังไม่ทราบคำตอบว่า เหตุใดผู้คนจึงดูไม่ชอบกันนัก

ตัดสินใจซื้อร่มที่ Family Mart ของญี่ปุ่น

Song ♫: เช้าที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยส่องแสง – Bodyslam 

หลังจากตัดสินใจว่า ถ้าไม่ซื้อร่ม วันนี้ทั้งวันคงไม่ได้ไปไหนแน่ๆ .. จึงตัดสินใจเดินออกมาจากร้าน เพื่อเดินไปยังทางเหนือ หรือ ทางที่จะไป “ชินจูกุ” (Shinjuku) และตัดสินใจเข้าไปใน  Family Mart

ก็ได้ “ร่มสีดำล้วน” (All Black Umbella) ขนาด 65 ซม. (cm) มา ซึ่งถูกอกถูกใจชาว All Black อย่างเรามาก ด้วยราคา 1,210 เยน (JPY) หรือ ประมาณ 344 บาท (THB)

เอาหล่ะ .. ที่นี้ก็สามารถเดินท่องเที่ยวไปไหนก็ได้แล้ว จะมามัวนั่งรอเสียเวลาอยู่ทำไมกัน

Hatonomori, Hatonomori Hachiman Shrine, ศาลเจ้า Hatonomori, Yamauchi Nojo, Family Mart Jingumae 2

จากการสังเกตุ ผู้คนในญี่ปุ่นจะเอาร่ม หลบกันไปมา เมื่อเดินผ่านผู้ที่ถือร่มมาเหมือนกัน โดยหากเป็นคนที่มีระดับความสูงมากกว่า ก็จะยกร่มให้สูงเหนือระดับของร่มของคนอื่นที่เดินสวนกัน หรือ ผู้ที่มีระดับความสูงน้อยกว่า หรือ เท่ากัน ต่างคนต่างจะเอียงร่มประมาณ 45 องศา โดยที่ร่มมั้งสองฝ่ายจะไม่ชนกัน ยังคงสามารถกันฝนให้ตนเองได้อยู่ และเดินต่อไปได้ โดยที่ไม่มีการชนกัน

Ministop, Aeon, Convenience Stores, Sendagaya Station, ร้านสะดวกซื้อ โตเกียว ญี่ปุ่น, 100 Yen food, อีออน ญี่ปุ่น, มินิสต็อป, ร้านค้า, 7-11

ภาพนี้แสดงให้เห็น ความสัมพันธ์ระหว่าง แบรนด์  AEON และ Mnistop ที่เป็นแบรนด์ห้างสรรพสินค้า และ แบรนด์ร้านสะดวกซื้อนั่นเอง

Sendagaya Station, Tokyo, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Japan, สถานีรถไฟ เซนดางาวะ.

Sendagaya Station, Tokyo, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Japan, สถานีรถไฟ เซนดางาวะ.

ด้วยความที่ Solo Travel ร่มก็ต้องถือ แผนที่ก็ต้องดู รูปภาพก็อยากถ่าย เรียกว่า “รุงรังแมน” ได้เลย  ดังนั้น รูปภาพอาจจะมีน้อยไปนิดหน่อยในช่วงนี้

หลังจากเดินมาผิดทาง ทั้งๆที่ควรจะเดินไปถึงที่สถานี ชินจูกุ จึงเลือกขึ้นรถไฟสาย JR Chuo Line ที่สถานี Sendagaya Station ที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เพื่อไปยังสถานี ชินจูกุ (Shinjuku Station) ราคา 140 เยน (JPY) หรือ 39 บาท (THB)

5G, Softbank, Softbank 5G, Equals Signal Softbank, ซอฟท์แบงค์, ธนาคาร ซอฟท์แบงค์, Sendagaya Station, Tokyo, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Japan, สถานีรถไฟ เซนดางาวะ.

Alone, เหงา, โดดเดี่ยว, สถานีรถไฟ, ฝนตก, Rainy Day, 5G, Softbank, Softbank 5G, Equals Signal Softbank, ซอฟท์แบงค์, ธนาคาร ซอฟท์แบงค์, Sendagaya Station, Tokyo, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Japan, สถานีรถไฟ เซนดางาวะ.

JR Station, JR Japan, สถานีรถไฟ ญี่ปุ่น, JR Tokyo Metro, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Tokyo, Japan, West Underground Gate, U, U Signal, U beer, Beer U, เบียร์ ยู, เบียร์ ยู, Stealth Marketing, การตลาดแฝง, โฆษณาแฝง, Logo, การออกแบบโลโก้, การตลาด, Marketing, กรณีศึกษา, Case Study,

หลังจากเดินทางไกลมานาน ทำให้ร่างกายรู้สึกอยากหาอะไรเย็นทานๆ เพื่อพักผ่อน ไปเห็นป้ายภายในสถานีรถไฟ จึงไม่พลาดที่จะถ่ายรูปนี้มาเพื่ออธิบายผู้อ่านทุกท่าน

ในบทความ “โฆษณาแฝง ที่คุณอาจไม่รู้ตัวด้วย Stealth Marketing ที่ Tie-in เข้าถึงและทรงพลัง!” เราได้อธิบายถึงการทำ “โฆษณาแฝง” ว่าแบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้

กรณีรูปภาพนี้ .. สิ่งแรงที่เรานึกถึงเมื่อเห็น “สัญลักษณ์” (Symbols) นี้ เราจะนึกถึงแบรนด์เครื่องดื่มเย็นๆแบรนด์หนึ่งขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะด้วย สี รูปร่าง รูปทรง ตัวอักษร เป็นต้น

ดังนั้นการออกแบบ “อัตลักษณ์และสัญลักษณ์ของแบรนด์” หรือเรียกง่ายๆว่า “Logo” ที่สามารถทำให้สิ่งต่างๆรอบตัว ที่ผู้คนสามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวัน จะเป็น “เครื่องมือ” ใน “การสร้างการรับรู้ของแบรนด์” (Brand Awareness) โดยที่แบรนด์อาจจะไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย (Expenses) เพิ่มเติมเลย

ยกตัวอย่าง .. แบรนด์เครื่องดื่มแบรนด์หนึ่ง อาจจะด้วยความจงใจหรือไม่ก็ตาม ออกแบบสัญลักษณ์ของแบรนด์ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้คนจะเห็นในชีวิตประจำวัน เช่น สัญลักษณ์บอกทาง หรือ ป้ายบอกทางตามข้างถนน และโดยรวมๆ อาจจะมีความหมายซ่อนอยู่มากกว่านั้น

แต่การที่ผู้คนเห็นสิ่งเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน เช่น ป้ายบอกทางตามสถานที่ต่างๆ ก็เหมือนกับ การที่ผู้คนกำลังโดน Stealth Marketing ให้จดจำ และนึกถึงแบรนด์นี้เป็นอันดับแรกอย่างไม่รู้ตัว

ร้าน Tempura Tendon Tenya, Shinjuku Station

หลังจากที่มาถึงสถานีรถไฟ Shinjuku ออกมาจากสถานีก็จะพบกับทางเดินทอดยาวเพื่อออกไปยังสถานที่ต่างๆ เดินมาสักครู่ ก็อยากลองหาข้าวเย็นทาน จึงเลือกทานข้าวเย็นที่ ร้านเทมปุระ ชื่อ “Tempura Tendo Tenya” อยู่ที่โถงทางเดินภายนอกสถานีรถไฟ ชินจูกุ (Shinjuku Station)

เดินเข้าไปในตอนแรก .. ก็พบเมนูภาษาญี่ปุ่นเต็มไปหมด เราก็ทำหน้างงๆ เพราะเราอยากรู้ว่า เป็นเทมปุระอะไรบ้าง เช่น หมู ปลา กุ้ง ปลาหมึก หรือ ผักชนิดใดบ้าง พนักงานต้อนรับก็นำ รายการอาหารภาษาอังกฤษมาใช้เรา ซึ่งตรงนี้คือดีมากสำหรับเรา

Tendon Tenya, Tendon Tenya Shinjuku Center Building Internal Post Office, ที่ทำการไปรษณีย์ ชินจูกุ, , เทนยะ Siam Square One, Tokyo Japan Rice Bowl, ร้านข้าวเทมปุระ ราคาถูก, ร้านข้าว ราคาถูก ในโตเกียว, ร้านอาหาร ราคาถูก ในโตเกียว ญี่ปุ่น,

Tempura Tendon Tenya, Shinjuku Station, ร้านเทมปุระ ใน ชินจูกุุ โตเกียว ญี่ปุ่น, อาหารชุด ใน ญี่ปุ่น, All-Stars Tempura Set Meal in Japan, Japan Rice Bowl Set Meal, Tendon Tenya, เทนยะ Siam Square One, Tokyo Japan Rice Bowl, ร้านข้าวเทมปุระ ราคาถูก, ร้านข้าว ราคาถูก ในโตเกียว, ร้านอาหาร ราคาถูก ในโตเกียว ญี่ปุ่น, Tendon Tenya, Tendon Tenya Shinjuku Center Building Internal Post Office, ที่ทำการไปรษณีย์ ชินจูกุ, , เทนยะ Siam Square One, Tokyo Japan Rice Bowl, ร้านข้าวเทมปุระ ราคาถูก, ร้านข้าว ราคาถูก ในโตเกียว, ร้านอาหาร ราคาถูก ในโตเกียว ญี่ปุ่น,

จึงชี้สั่งเมนู “All Star Tempura Set Meal” ไปหนึ่งชุด ราคา 940 เยน (JPY) ประมาณ 268 บาท (THB)

ร้านเทมปุระ ใน ชินจูกุ โตเกียว ญี่ปุ่น, อาหารชุด ใน ญี่ปุ่น, All-Stars Tempura Set Meal in Japan, Japan Rice Bowl Set Meal, Tendon Tenya, เทนยะ Siam Square One, Tokyo Japan Rice Bowl, ร้านข้าวเทมปุระ ราคาถูก, ร้านข้าว ราคาถูก ในโตเกียว, ร้านอาหาร ราคาถูก ในโตเกียว ญี่ปุ่น, Tendon Tenya, Tendon Tenya Shinjuku Center Building Internal Post Office, ที่ทำการไปรษณีย์ ชินจูกุ, , เทนยะ Siam Square One, Tokyo Japan Rice Bowl, ร้านข้าวเทมปุระ ราคาถูก, ร้านข้าว ราคาถูก ในโตเกียว, ร้านอาหาร ราคาถูก ในโตเกียว ญี่ปุ่น,

ภาพรายการอาหารอื่นๆ พร้อม รูปภาพ คำอธิบาย และราคา

Tempura Tendon Tenya, Shinjuku Station, Solo Travel, ร้านเทมปุระ ใน ชินจูกุ โตเกียว ญี่ปุ่น, อาหารชุด ใน ญี่ปุ่น, All-Stars Tempura Set Meal in Japan, Japan Rice Bowl Set Meal, Tendon Tenya, เทนยะ Siam Square One, Tokyo Japan Rice Bowl, ร้านข้าวเทมปุระ ราคาถูก, ร้านข้าว ราคาถูก ในโตเกียว, ร้านอาหาร ราคาถูก ในโตเกียว ญี่ปุ่น, ร้านเทมปุระ ใน โตเกียว ญี่ปุ่น, อาหารชุด ใน ญี่ปุ่น, All-Stars Tempura Set Meal in Japan, Japan Rice Bowl Set Meal, Tendon Tenya, เทนยะ Siam Square One, Tokyo Japan Rice Bowl, ร้านข้าวเทมปุระ ราคาถูก, ร้านข้าว ราคาถูก ในโตเกียว, ร้านอาหาร ราคาถูก ในโตเกียว ญี่ปุ่น, Tendon Tenya, Tendon Tenya Shinjuku Center Building Internal Post Office, ที่ทำการไปรษณีย์ ชินจูกุ, , เทนยะ Siam Square One, Tokyo Japan Rice Bowl, ร้านข้าวเทมปุระ ราคาถูก, ร้านข้าว ราคาถูก ในโตเกียว, ร้านอาหาร ราคาถูก ในโตเกียว ญี่ปุ่น,

ได้มาแล้ว! ชุดอาหารเทมปุระ สไตล์ญี่ปุ่น ที่ดูน่ากินและกลิ่มหอมอย่างมาก .. ให้นำซอสที่ให้มาแบบขวดราดลงบนผัก และนำหัวไชเท้าใส่ในซอสที่ให้มาแบบถ้วย

“เห็ดหูหนู” (Maitake Mushroom) คือดีเยี่ยม หอมมาก “ปลา” (Fish) เนื้อปลาสดๆที่ตามหา “ปลาหมึกและกุ้งทอด” (Prawn, Squid, Octupus) “หอยเชลล์” (Scallop) ที่ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ สรุปอร่อยมากๆ ผ่านการทอดมาใหม่ๆ ร้อนๆ วัตถุดิบที่สดใหม่ อร่อยลงตัว อิ่มท้องมากด้วยเช่นกัน ถึงจะสามารถ “เติมข้าวเปล่าได้ไม่อั้น” (Rice Refills) แต่แค่เท่านี้ก็อิ่มมากๆเหมือนกันนะ

เดินเที่ยวคนเดียว ย่าน ชินจูกุ (Shihnkuju) และ ชิบูยะ (Shibuya) แบบนักท่องเที่ยว Solo Travel

Bic Camera HALC, Drug & Cosmetics, Kyu-Ome-Kaido, Shinjuku, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น,

Sunflower, Shinjukugado-w, Shinjuku, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น,

Sunflower, Shinjukugado-w, Shinjuku, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น,

QB House, Ads Truck in Shinjuku, รถฉายโฆษณา ตามถนน ชินจูกุ, Shibuya, Shinjuku, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยะ, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น,Bic Camera,

ภาพแสดงให้เห็น รถบรรทุกที่ติดหน้าจอแดสงผลแบบ LED เพื่อโฆษณา Advertising Media ต่างๆ โดยขับไปรอบเมืองตามย่าน ถนน แยกต่างๆ ที่มีผู้คนอยู่หนาแน่นในช่วงเวลาต่างๆ โดยแสดงเป็นทั้งวิดีโอ ภาพนิ่ง และเสียง

ใช้แนวคิดเดียวกับ การตกแต่งชิ้นงานโฆษณาบน รถบรรทุก (Trucks) ของบริษัทต่างๆ ที่มีการออกแบบ ตกแต่งด้านข้างของรถบรรทุก จัดส่งสินค้า ของบริษัทตนเอง เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) รวมถึงประชาสัมพันธ์ (Public Relation) ให้กับผู้คนบนท้องถนน ตลอดเส้นทางที่รถบรรทุกดังกล่าวนี้วิ่งไป เพียงแต่ตัวอย่างนี้ เป็นแบบวิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว พร้อมเสียงประกอบ

7-11 Japan, Kabukicho, Filler Clinic, Shinjuku, ชินจูกุ, Shibuya, ชิบูยะ ชิบูย่า, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Don QuiJote, Kabukicho, ร้านดองกิ, ร้านดองกิโฮเต้, Tax Free Shop, ร้านปลอดภาษี ญี่ปุ่น, Tax Refund Japan, Duty Free Japan, Tax Refund ญี่ปุ่น, Duty free ญี่ปุ่น, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยะ, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ภาพแสดง ร้าน “Don Quijote” หรือ “ร้านดองกิ” หรือ “ดงกิโฮเตะ” เราจะเห็นป้ายคำว่า Tax Free Shop ขนาดใหญ่ ที่แสดงว่า คุณสามารถขอ Tax Rufund ได้ เมื่อซื้อในจำนวนมากกว่า 5000 เยน (JPY) ขึ้นไป

อ่านเพิ่มเติม : Solo Travel in Tokyo เที่ยวโตเกียวคนเดียว DAY2 | Jampay Pain-Point

Bulldog, Ads Japan, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera, ชิบุยะ,

Daily Yamazaki, Shinjuku 5-East, Shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera, ชิบุยะ,

Matsuya Shinjuku, ร้าน มัตชิยะ ชินจูกุ, Japan Fast Food, ร้านอาหาร ราคาถูก ชิบุยะ โตเกียว ญี่ปุ่น, ร้านข้าว ราคาถูก โตเกียว ญี่ปุ่น, Rice Bowl Restaurants in Tokyo Japan, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ถ่ายภาพร้านอาหารต่างๆ ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานเป็นส่วนมากเอาไว้ เพื่อมาลองทานในวันต่อๆไป

NPC 24H, Kaname-Dori, NPC Car parking, ที่จอดรถ NPC โตเกียว ญี่ปุ่น, ที่จอดรถ โตเกียว ญี่ปุ่น, OIOI, Marui, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ภาพแสดงให้เห็นบริการพื้นที่จอดรถ 24 ชั่วโมง แบรนด์ NPC

NPC 24H, Kaname-Dori, NPC Car parking, Japan Fasion, ที่จอดรถ NPC โตเกียว ญี่ปุ่น, ที่จอดรถ โตเกียว ญี่ปุ่น, OIOI, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

อย่างที่เราบอกไปแล้วในตอนต้น สำหรับ “แฟชั่นการแต่งตัว” ของ “วัยรุ่น วัยทำงาน”ตามท้องถนนใน “โตเกียว
จะเป็นสี “เอิร์ธโทน” โดยส่วนมาก ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย จะค่อนข้างเรียบง่าย ลดความฉูดฉาดลง

Ads Truck in Shinjuku, รถฉายโฆษณา ตามถนน ใน ชินจูกุ, Shinjuku, ชินจูกุ, Shibuya, ชิบูยะ, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ภาพนี้แสดงให้เห็น .. รถบรรทุก ที่มีหน้าจอแสดงชิ้นงานโฆษณาติดอยู่ด้านข้าง ในขณะที่รถบรรทุกคันดังกล่าวกำลังรอสัญญาณไฟเพื่อเลี้ยว โดยมีกลุ่มผู้คนที่ยืนรอสัญญาณไฟเพื่อข้ามถนนไปยังอีกฝั่งของถนนถูกดึงดูดด้วยเนื้อหาโฆษณาที่อยู่ตรงหน้า

OIOI, Shinjuku Marui, Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

IDC OTSUKA Shinjuku, ICONSIAM, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Sukiya Shinjuku South Restaurant, ร้านอาหาร 500 เยน, ร้านอาหาร 1000 เยน, Japan Fast Food, ร้านอาหาร ราคาถูก ชิบุยะ โตเกียว ญี่ปุ่น, ร้านข้าว ราคาถูก โตเกียว ญี่ปุ่น, Rice Bowl Restaurants in Tokyo Japan, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ร้าน Sukiya เป็น ร้านอาหารจานด่วน (Fast Food) สไตล์ญี่ปุ่น เปิดบริการ 24 ชั่วโมง (Hour) ราคาของชุดอาหารอยู่ที่ 500-1,000 เยน (JPY) หรือ ประมาณ 150-300 บาท (THB) โดย ชุดอาหาร (Set Meal) ราคา 500 เยน (JPY) จะมีขายเป็นช่วงเวลา คือ 11.00-14.00 (11 a.m. – 2 p.m.)

ทำธุรกิจเกี่ยวกับ เบเกอร์รี่ ขนม ของหวาน น้ำหวาน ชาไข่มุก .. ทำอย่างไรดี ในยุคที่ “เทรนด์การรักษ์สุขภาพ” เป็นเทรนด์ของโลก (Healthy is a Mega Trend) ?

Gong Cha, Gong Cha, Solo Trave, ร้าน Gong Cha Shinjukuร้านชานมไข่มุก ย่าน ชินจูกุ ที่มีเหล่าสาวๆมายืนต่อแถวกันอย่างเนืองแน่น, Shinjuku Southeast, ร้านชานมไข่มุก ใน ชิบูยะ โตเกียว ญี่ปุ่น, Japan Fast Food, ร้านอาหาร ราคาถูก ชิบุยะ โตเกียว ญี่ปุ่น, ร้านข้าว ราคาถูก โตเกียว ญี่ปุ่น, Rice Bowl Restaurants in Tokyo Japan, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ภาพร้าน Gong Cha Shinjuku ร้านชานมไข่มุก ย่าน ชินจูกุ ที่มีเหล่าสาวๆมายืนต่อแถวกันอย่างเนืองแน่น

ยกตัวอย่าง .. “ชานมไข่มุก” (Bubble Milk Tea) แม้บางช่วงเวลา สำหรับประเทศไทย อาจจะขึ้นไปสู่จุดสูงสุด ผ่านการเป็น “ฟีเวอร์” (Fever) และก็ลดความนิยมลง จากนั้นก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

พิสูจน์ให้เราเห็นว่า .. ขนม (Snacks) ของหวาน (Sweets) และน้ำหวาน (Sweet Drink, Soft Drink) รวมถึงชาไข่มุก (Bubble Milk Tea) ไม่เคยหายไปอย่างถาวร กล่าวคือ สามารถรักษาระดับการขายได้ตลอดระยะช่วงเวลาที่ผ่านมา

ดังนั้น ใครที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าลักษณะนี้ .. เราจะบอกคนรอบข้างเสมอว่า แม้ยุคของการรักษาสุขภาพกำลังจะมาถึง หรือ เป็นอยู่ก็จริง แต่ถึงอย่างไรก็จะมีอย่างน้อย “คนสักหนึ่งคน” ที่ต้องการทานอะไรหวานๆ ในวันหนึ่งวัน

บางวันคุณเครียดๆ อยากหา “ช็อคโกแลต” (Chocolate) “บราวนี่” (Brownie) หรือ “ท็อฟฟี่เค้ก” (Toffee Cake) ทานสักชิ้น สมมติมีคนที่รู้สึกแบบนี้พร้อมกันสัก 1,000 คนในเมืองนั้น ร้านของคุณเป็นร้านที่คนเหล่านั้นนึกถึงเป็นอันดับแรก แน่นอนว่า คุณจะสามารถอยู่รอดได้ในอุตสาหกรรมนี้  แม้ว่าจะมีร้านลักษณะเดียวกันกระจายอยู่โดยทั่วไปก็ตาม

กล่าวคือ กลุ่มคนที่ต้องการของหวานรับประทาน มีจำนวนมากเพียงพออยู่แล้ว แต่บางครั้ง ในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด มักมีผู้ขายรายใหม่ๆเข้ามาในธุรกิจนี้มากขึ้น กล่าวอย่างง่ายๆคือ “เธอขายได้ ฉันชายบ้าง” ทำให้ร้านลักษณะเดียวกัน มีอยู่ทั่วทุกมุมถนน

ทำให้ “ความต้องการขาย มากกว่า จำนวนกลุ่มคนที่มีจริงๆ”  (Over Supplying Situation) อีกทั้ง ผู้คนเริ่มสนใจสิ่งเหล่านี้ลดลงกว่าเดิม บางธุรกิจจึงไม่สามารถอยู่รอดในอุตสาหกรรม (Industry) นี้ได้ และคิดว่า ผู้คนเริ่มลดความนิยมลง ก็เลิกกิจการออกจากตลาดไปเรื่อยๆ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป “มีผู้ขายน้อยกว่าผู้ซื้อ” (Over Demanding Situation) ก็จะมีความรู้สึกจากผู้คนว่า “อยากทานชาไข่มุกจังเลย ไปหาที่ไหนดีนะ” ความต้องการก็จะดูเหมือนเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง เรามองว่าเป็น “วัฏจักรของธุรกิจ” (Buiness Cycle)

จริงๆ สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ (Key Success Factors) คือ “การพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ” (Goods and Services Development) ต่างหาก เพราะ ถึงอย่างไร ผู้คนก็ยังต้องการของหวานอยู่ดี และ แม้แต่คนที่รักษ์สุขภาพเองก็ยังมีวัน Cheat Day และ Cheat Meal ให้ตัวเอง เพื่อช่วยลดความตึงเครียดของสภาพร่างกายและจิตใจด้วยเหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม : ขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ .. ทำไมยากขึ้นเรื่อยๆ?

Green Peas, Shinjuku Station, สถานีรถไฟ ชินจูกุ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Coin Locker ตู้ล็อกเกอร์ รับฝากของ หยอดเหรียญ Shinjuku Station สถานีรถไฟ ชินจูกุ, Shinjuku Station, สถานีรถไฟ ชินจูกุ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

เท่าที่สังเกต แทบทุกสถานีรถไฟของ โตเกียว (Tokyo) จะมีโซนให้บริการ “ตู้รับฝากสัมภาระ” (Coin Locker) และข้างๆจะมี “บริเวณสำหรับสูบบุหรี่” (Smoke Area) เราไม่สามารถถ่ายมาให้ผู้อ่านทุกท่านชมได้ เนื่องจากเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวของผู้คน

เราพบว่า .. ผู้ที่อยู่ในบริเวณสูบบุหรี่นั้น สัดส่วนระหว่างผู้หญิงและผู้ชายเท่าๆกัน เป็นวัยรุ่น วัยทำงาน แต่ผู้หญิงจะสูบเป็นลักษณะบุหรี่ไฟฟ้าแท่งยาวคล้ายปากกามากกว่าผู้ชาย

Shinjuku Station, สถานีรถไฟ ชินจูกุ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ภาพของป้ายแสดงพื้นที่โดยรอบของสถานที่แห่งนั้น และแสดงระยะทางบ่งบอก ว่าใช้เวลาในการเดินเท่าไหร่ ด้วย “รัศมีวงกลมสีแดง” (Red Line Circle) เช่น ใช้เวลาเดินเท้า 15 นาที (15 Minutes Walk)

และป้ายแห่งนี้เอง .. เราพบเจอ “คนไร้บ้าน” (Homeless) นอนอยู่บริเวณใกล้เคียง ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เราพบคนไร้บ้านที่ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นอนบนกองลังต่างๆอยู่ข้างถนน

“เดินเที่ยวชมเมือง” (Sightseeing) แบบ Solo Travel ย่าน “ชิบูยะ” (Shibuya)

หลังจากเที่ยวชมย่าน ชินจูกุ (Shinjuku) จนพอใจ ก็ตัดสินใจ นั่ง “รถไฟสาย ยามาโนเตะ”  (JR Yamanote Line) จาก “สถานีรถไฟ ชินจูกุ” มายัง “สถานีรถไฟ ชิบูยะ” (Shibuya Station) 140 เยน (JPY) ประมาณ 40 บาท (THB)

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, Ginza Line, รถไฟใต้ดินสาย กินซะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ที่ “สถานีรถไฟ ชิบูยะ” (Shibuya Station) กำลังก่อสร้าง ปรับปรุง บริเวณโดยรอบใหม่ และมีกำแพงสีขาว (ดังภาพ) ให้เดินไปยังส่วนต่างๆเหมือน “เขาวงกต” ตัดกันไปมา แต่จะมีป้ายอกทางให้เราเดินไปตามลูกศร เช่น ไปรถไฟสาย Ginza Line (สีส้ม) ตรงไป เป็นต้น ผู้อ่านจึงไม่ต้องกังวลว่าจะหลงในเขาวงกตนี้

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Diesel, Starbucks, สตาร์บัคส์, Mitake St, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

เราเดินออกจากสถานีชิบูยะมา .. ระหว่างยืนรอไฟสัญญาณข้ามถนน พบกับ กลุ่มวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังโบกเรียก แท็กซี่ (Taxi)

Diesel, Starbucks, สตาร์บัคส์, Mitake St, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า แท็กซีคันสีดำ (Black Color Taxi) ขับผ่านไปเลย ไม่ได้จอดรับกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ และกลุ่มวัยรุ่นก็ยิ้มพลางหัวเราะและพูดคุยกัน ซึ่งอันนี้เราไม่สามารถให้คำตอบกับผู้อ่านได้ว่า ทำไมแท็กซี่คันดังกล่าวจึงไม่จอดรถผู้โดยสาร

Diesel, Starbucks, สตาร์บัคส์, Mitake St, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Metro Plaza, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ภาพแสดง Metro Plaza และสัญลักษณ์ของ Tokyo Metro ที่สถานีรถไฟ Shibuya Station อย่างในประเทศไทยเอง “รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT” เองก็มี Metro Mall อยู่ตามสถานีหลักๆต่างๆด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่งหากเรามองในมุมมองของธุรกิจ หรือ นักลงทุน (Investors) เราจะพอมองออกว่า ธุรกิจผู้ให้บริการรถไฟฟ้า เหล่านี้ จะมีธุรกิจในเครือของบริษัทลักษณะประมาณไหนบ้าง นอกเหนือจากให้บริการการเดินรถ แม้ยังไม่ต้องงานรายงานประจำปีของบริษัท

เช่น ธุรกิจสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ภายในสถานี (Advertising Media Agency) ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Propoties) หรือ แม้เปิดพื้นที่ขายสินค้าของตนเอง (Retail Business) หรือ สิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) อื่นๆ เช่น เครื่องกดเงิน (ATM) เครื่องรับฝากสัมภาระ (Coin Lockers) บัตรแทนเงินสด (IC Card) เป็นต้น

Takenaka, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

เมื่อเดินต่อมา .. เราสังเกตเห็น “สัญลักษณ์” ของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เท่าที่เราสังเกต จะมีลักษณะเหมือนกัน ทั้งในประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย คือ มีโลโก้ (Logo) สีแดงเข้ม (Dark Red) และ ข้อความ (Wording) เป็น สีน้ำเงินเข้ม (Dark Blue) รวมถึง รูปแบบอักษร (Fonts) ซึ่งหากใครมีโอกาสได้สังเกตแบรนด์บริษัทรับเหมาก่อสร้างต่างๆในไทยเองก็จะมีลักษณะประมาณนี้

ส่วนหนึ่ง อาจจะมาจาก บริษัทรับเหมาก่อสร้างของประเทศไทย น่าจะมี “การร่วมทุน” หรือ “กิจการร่วมค้า” (Joint Ventrue) กับ บริษัทรับเหมาก่อสร้างสัญชาติญี่ปุ่นโดยส่วนมาก เพื่อระดุมทุนทั้ง เงินทุน (Capital) เครื่องมือเครื่องจักร (Machines) และองค์ความรู้ (Know-How) ต่างๆ

จึงอาจมีโอกาสได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมและแนวคิดส่วนใหญ่มาจากบริษัทญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

เดินต่อมาอีก ก็สังเหตเห็น “การออกแบบโลโก้” (Logo Design) ที่บ่งบอกถึง “ความเป็นมิตร” (Friendly) กับตัวคุณ ซึ่งเป็นรูป “ยิ้ม” หรือ “(:” (Smile Symbol) ไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งทำให้เรารับรู้ได้ทันทีว่า ร้านนี้เป็นร้านอะไรก็ตามที่เป็นมิตรกับเรา โดยรูปยิ้มนี้ เรามองว่า อาจจะเป็นภาษาญี่ปุ่นซึ่งมีความหมายไปในทิศทางเดียวกันด้วยนั่นเอง .. ซึ่งร้านดังกล่าวเป็น “ร้านขายยา” (Drug Store) นั่นเอง

Digital Hollywood Studio Shibuya, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ที่ญี่ปุ่นเองก็มีการก่อสร้างขนาดใหญ่ต่างๆมากมายเช่นกัน และเนื่องจากเราเดินมาทั้งวัน เราลองเอา “ทิชชูเปียก” (Wet Tissue) หน้าเช็ดหน้า ก็ต้องตกใจ เพราะว่า ทิชชูเปียกเปื้อนเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเราแปลกใจมาก เพราะปกติเราเคยเช็ดแล้วเป็นสีน้ำตาลเข้มไปทั้งแผ่น (เสียดายมากที่ไม่ได้ถ่ายภาพเก็บไว้)

Pink Dragon, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Tokyu Store Food Station, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ร้าน Tokyu Store Food Station

สินค้าด้านหน้าทางเข้าจะเป็น “ของทอด” (Fried Food) รวมถึง ผลไม้ ผัก ขนมปัง และเบเกอร์รี่ต่างๆ เราใช้เวลาในบริเวณนี้ไม่นานมากนัก

Digital Hollywood Studio Shibuya, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

สถานที่แห่งนี้ มีการเปิดเพลง และหน้าจอแสดงผลแบบ LED ตามส่วนต่างๆของผนังและเสาของอาคาร

เรามองว่าทางอาคารนี้จัดทำขึ้นไว้สำหรับผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในบริเวณนี้ ช่วยให้ผู้คน รวมถึงตัวเราเอง รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นที่จะเดินผ่านอาคารแห่งนี้

Ichigo Ichi, Ichi-go,Ichi-e "อิจิโก อิจิเอะ"  แปลว่า, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Ichi-go,Ichi-e “อิจิโก อิจิเอะ”  แปลว่า ..

เราก็พอจะทราบคำว่า Ichi ในภาษาญี่ปุ่น ที่แปลว่า “หนึ่ง” เมื่อได้เห็นและถ่ายภาพคำนี้ จึงสงสัยว่า มันแปลว่าอะไร “หนึ่ง.. อะไรสักอย่าง .. หนึ่ง”

เราจึงลองนำคำนี้ไปค้นคว้าจากหลายๆแหล่ง พบว่า “อิจิโก อิจิเอะ” คำๆนี้ หมายถึง “One Time, One Meeting” หรือ “การได้พบกันครั้งเดียว” หรือ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” เป็นสำนวนของชาวญี่ปุ่น (Source: Wikipedia)

ที่สามารถแปลโดยสรุปให้ผู้อ่านเข้าใจโดยง่าย คือ .. “โอกาสที่ได้บังเอิญพบกันมีครั้งเดียว แล้วอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลยก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่ได้พบกันเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด จงใช้ทุกวินาทีให้มีค่าและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่เราพบเจอไว้เสมอ และอย่าปล่อยให้โอกาสครั้งเดียวในชีวิตนี้หลุดลอยไป”

พอรู้ความหมายก็ถึงกับ เข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าเป็นเรื่องจริง และโรแมนติกมาก .. เช่น ถ้าคุณเจอคนที่คุณชอบ อาจจะที่มหาวิทยาลัย อาจจะบนรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ ร้านข้าว หรือ เดินสวนกัน หรืออะไรก็ตาม หรือแม้แต่ คุณคิดตัดสินใจจะทำการอะไรบางอย่าง ให้นึกถึงนี้ไว้ว่า “อิจิโก อิจิเอะ” – “จงทำซะ! อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป! นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้าย!” เพราะ อาจจะไม่มีโอกาสนี้เป็นครั้งที่สองแล้วก็ได้ เช่น จะทำโปรเจ็คให้สำเร็จ ก็วางแผนทำให้ออกมาดีที่สุดแล้วตัดสินใจทำเลย หรือ หากเจอคนที่ชอบก็เดินเข้าไปทำความรู้จักเลย เพราะคุณอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลย ในเมืองที่กว้างใหญ่นี้ ส่วนผลที่จะตามมาจะเป็นอย่างไร ก็ถือว่าคุณได้ทำมันอย่างดีที่สุดแล้ว

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Neo Shibuya, Shibuya Station, Solo Travel, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

Hello Neo Shibuya, Neo Shibuya, Shibuya Station, สถานีรถไฟ ชิบูยะ, OIOI, Marui Tokyo Japan, มารุย โตเกียว ญี่ปุ่น, Ads Truck in Ginza, รถฉายโฆษณา ตามถนน, Ginza, shinjuku, Shibuya, Harajuku, OMotesando, Tokyo, Japan, กินซา, ชินจูกุ, โอโมเตะซันโด ชิบุยา, ฮาราจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น, Bic Camera,

ตัวสถานีรถไฟ ชิบูยะ (Shibuya Station) มีการก่อสร้าง และปรับปรุง ทำให้มีการออกแบบทางเดินต่างๆใหม่ และผู้คนต้องเดินผ่าน อาคาร “Hello Neo Shibuya” เพื่อแยกไปยัง รถไฟสายต่างๆ โดยอาจจะทำให้เราสับสนนิดหน่อย เพราะอาจจะต้องขึ้นไปยังชั้นต่างๆ ตามป้ายบอกทาง

ซึ่งเรามองว่า อาคารนี้น่าจะเป็น “ห้างสรรพสินค้า” (Hyper Market) หรือ อสังหาริมทรัพย์สำหรับเช่าพื้นที่ (Propoteis) ที่จะเปิดในไม่ช้านี้ ด้วยจุดประสงค์ของการออกแบบอาคารบริเวณสถานีรถไฟให้ผู้คนที่จะเปลี่ยนสถานี เปลี่ยนสายรถไฟต่างๆ ต้องผ่านไปยังชั้นต่างๆก่อนที่จะไปยังทางเข้ารถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน สายต่างๆนั้นเอง

ให้นึกภาพง่ายๆ เสมือนว่า สร้างสถานีรถไฟเป็นหลายๆชั้นลักษณะเดียวกันห้างสรรพสินค้า หรือ นำเส้นทางรถไฟสายต่างๆ ตัดผ่านกลางห้างสรรพสินค้า และใช้โอกาสนี้ สร้างรายได้จากพื้นที่ให้เช่าต่างๆ การขายสินค้าต่างๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆด้วยนั่นเอง

เราก็ตัดสินใจกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม โดยนั่งรถไฟจาก Shibuya Station ไปบัง Kyobashi Station ด้วยรถไฟสาย Ginza Line (G, สีส้ม) ด้วย ราคา 199 เยน (JPY) เท่ากับ 56.72 บาท (THB)

จากภาพจะเห็นว่า เราต้องขึ้นไปที่ชั้น 3 (3F) ทั้งๆที่ “กินซะไลน์” เป็นรถไฟใต้ดิน ก่อนที่จะลงไปในระบบของ Ginza Line นั่นเอง กล่าวคือ ออกแบบเส้นทางและอาคาร ให้ผู้คนเดินผ่านไปยังสถานที่ที่ตนต้องการให้ผ่านนั่นเอง

เมื่อถึงที่พักในวันนี้ ตัดสินใจลองใช้บริการ แช่บ่อน้ำร้อน “อนเซ็น” (Onsen) ของทางโรงแรม หลังจากอาบน้ำเสร็จ ไปนั่งล้างหน้า แปรงฟัน ที่เคาน์เตอร์ล้างหน้า บางคนที่ไม่เคยพบเจอ อาจจะไม่ค่อยชินเท่าไหร่ กล่าวคือ ในบริเวณห้องน้ำรวมของผู้ชาย ผู้คนที่นี่ก็จะเดินแก้ผ้าไม่ใส่อะไรเลย หรือ เดินเข้ามาก็ถอดชุดใส่ตะกร้าส่วนตัว เปลือยกาย ผ่านด้านหลังเราไปมา ด้วยความรู้สึกแบบปกติทั่วไป ไปยังบ่อออนเซ็น และออกมาจากบ่อเพื่อมาใส่เสื้อผ้า ด้วยวัฒนธรรม (Cultures) ของชาวญี่ปุ่น

วันนี้ก็จบลงแบบ  ฝนตกเป็นส่วนมากทำให้เราไม่สามารถไปเดินย่าน “โอโมเตะซันโด” (Omotesando)  “ชิบูยะ” (Shibuya), “ฮาราจูกุ” (Harajuku) และ “ชินจูกุ” (Shinjuku) ได้อย่างที่หวังมากนัก แต่ก็ได้อะไรหลายๆอย่างที่เพิ่มเข้ามาเช่นกัน

สำหรับการเที่ยวคนเดียว ใน โตเกียว วันที่ 4 ก็ต้องขอจบลงเพียงเท่านี้ก่อน ..

 

โปรดติดตาม Solo Travel ตอนต่อไป 

#JampayPainPoint