Podcast (พอดแคสต์) คืออะไร? แล้วทำไมถึงควรมีเอาไว้ Podcast (พอดแคสต์) หากย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของ Podcast คือ แอพที่มาพร้อมกับ iOS เป็นช่องทางหนึ่ของ Content ลักษณะ Audio ที่แบ่งเป็นตอน ตามเนื้อเรื่อง

Podcast (พอดแคสต์) ทำไมถึงควรมีเอาไว้

พอดแคสต์ คืออะไร?

ถ้าจะย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของ “พอดแคสต์” (Podcast) คือ แอพพลิเคชั่น ที่มาพร้อมกับ iOS ซึ่งเป็นช่องทางของเนื้อหา (Contents) ลักษณะ เสียง (Audio) ที่ผู้สร้างสรรค์ หรือ Creators เรียกว่า พอดแคสเตอร์ (Podcasters) สามารถทำและแบ่งเป็นตอน ตามเนื้อเรื่อง เพื่อให้ผู้ชม ผู้ฟัง (Audiences) ได้รับประสบการณ์ร่วมแบบต่อเนื่อง ทำให้ผู้ฟังสามารถเลือกฟังเนื้อหาที่ตัวเองอยากฟังได้ตามใจชอบ “ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้” (Antwhere, Anytime) ซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในปลายปี 2004

สำหรับประเทศไทย “พอดแคสต์” ยังไม่ได้รับความนิยมในวงกว้าง แต่ปัจจุบันก็มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง มีรายการต่างๆจากผู้เผยแพร่คอนเท็นต์ (Content Publishers) ชื่อดังที่หันมาทำรายการลักษณะนี้มากขึ้น



ในมุมของผู้เขียนแล้ว Podcast (พอดแคสต์) มันตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างไร?

1. เราสนใจเรื่องราวของคนอื่นน้อยลง แต่จะสนใจในสิ่งที่มีคุณค่า สร้างความรู้ให้ตัวเองมากขึ้น

เราลองสำรวจตัวเองว่า ตนเองใช้เวลาเล่นโซเชียลมากแค่ไหน เทียบกับเวลาที่ตัวเองใช้ไปในการอ่านบาทความดีๆ ฟังพอดแคสต์ดีๆ พบว่า ตนเองใช้เวลาเล่นโซเชียลลดลงมาก ในขณะที่เราพุ่งเป้าไปที่ในสิ่งที่เราสนใจมากขึ้น เช่น การอ่านข้อมูลบริษัทที่เราต้องการลงทุน การฟังรายการผีเพลินๆ ซึ่งก็ถือเป็นพ็อคแคสต เช่นกัน

2.เราใช้เวลาอยู่บนอินเตอร์เน็ตมากขึ้นก็จริง แต่ระยะเวลาการใช้งานแต่ละแพลตฟอร์มกลับเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ

สลับไปสลับมา บางครั้งก็เลื่อนดูไม่หมด เล่นวันละไม่ถึง 2-3 ชั่วโมง แต่ก็อาจจะอยู่ในแพลตฟอร์มบันเทิงและเอ็นเตอร์เทรนเมนต์มากขึ้น เช่น แพลตฟอร์มดูซีรีย์ในวันหยุด ซึ่งเรามองว่าเราจะโฟกัสไปยังสิ่งที่เราสนใจจริงๆ มากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการฟังเพลง รายการความรู้

ซึ่งเรื่องนี้สามาถอ่านต่อได้ที่ “Business Trends 2019” ที่แพลตฟอร์มต่างๆ ใช้กลยุทธ์รักษาผู้ใช้ไว้

3.เราทำงานแบบ Multi Tasking Screen และบางครั้งก็ Split-Screen มากขึ้น

และทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกันมือพิมพ์งาน ตามองงานแต่หูก็ยังอยากฟังอะไรเพราะๆ เพลินๆ หรือ สาระความรู้ดีๆ ไปพร้อมๆ กัน

4.เรากลับคืนสู่สามัญ

เราคนหนึ่ง ที่ทำงานบนอินเตอร์เน็ต มองหน้าจอมาทั้งวัน สายตาเหนื่อยล้า  เราอาจจะแค่ต้องการนั่งฟัง นอนฟัง เพลง รายการ คอนเท็นต์ต่างๆที่เราสนใจ ในบางที่ที่เรารู้สึกสบายใจ ร้านกาแฟ ระหว่างเดินทางกลับบ้าน หรือบนที่นอนนุ่มๆที่บ้าน โดยที่ไม่ต้องเข้าไปโลกออนไลน์ หรือไม่ต้องจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนนานๆ เป็นการพักสายตาของเราด้วย

บางแพลตฟอร์ม (Platforms) .. มีการเก็บข้อมูลระยะเวลาการใช้งานหน้าจอ และเราสามารถตั้งค่าให้มันแจ้งเตือนได้ว่า เราจะให้มันเตือนเมื่อเราใช้งานหน้าจอไปถึงที่เรากำหนด และเตือนให้เราพักสายตา

อันเป็นเรื่องที่ช่วยให้เรามองภาพได้ง่ายขึ้นว่า ผู้ให้บริการเริ่มให้ความใส่ใจกับเรามากขึ้น ให้เรามีสุขภพากายที่ยั่งยืน และสามารถใช้บริการแพลตฟอร์มของเขาไปได้อีกนานๆ และแนวโน้มที่ทุกคนหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้

อ่านเพิ่มเติม : Dark Mode เขาทำมาเพื่ออะไรกันนะ?

มันก็คือการฟังรายการวิทยุเหมือนสมัยก่อน เพียงแต่เราสามารถเลือกฟังในสิ่งเราชอบ เฉพาะที่เราอยากรับชมรับฟัง
Podcast ตอบโจทย์ด้วย background trakcing ที่สามารถเล่นเป็นพื้นหลังในขณะที่กำลังทำงาน ขณะกำลังอ่านอะไรบางอย่างไปพร้อมๆกัน

รวมไปถึงเป็นเรื่องต่างๆที่เราสนใจจริงๆ เราอยากฟังมันจริงๆ อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดมาฟังในรูปแบบออฟไลน์ได้และรวมไปถึงการช่วยให้เราออกจากหน้าจอสมาร์ทโฟนได้ ได้หลุดออกมาจากโลกดิจิตอลสักพักมันก็ดีไม่น้อย

สิ่งเหล่านี้ มันไม่ใช่สิ่งใหม่อะไร เพียงแต่เปลี่ยนจากสัญญาณแบบเก่า มาเป็นเครือข่าบอินเตอร์เน็ตแทน สิ่งต่างๆมันไม่ได้หายไปไหนเลย มันแค่เปลี่ยนรูปของมัน

ดังนั้นในมุมโอกาสทางธุรกิจ โฆษณาต่างๆในอนาคตที่พ็อตแคสต์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นกว่านี้ อาจจะไม่ใช่ในรูปดิสเพย์เหมือนแต่ก่อน อาจจะกลับไปสู่ spot โฆษณาเหมือนสมัยคลื่นวิทยุก็ได้ และอาจช่วยส่งเสริมคอนเท็นต์อื่นๆอีกด้วย


Google เปิดตัว “กูเกิล พอดแคสต์”

Google Podcast, Podcast, พ็อดแคสต์, Podcast การลงทุน, Jampay, Jampay.in.th

ขอขอบคุณภาพจาก Google Play Store

การเปิดตัวกูเกิลพอดแคสต์ของ google ในช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา เป็นเครื่องช่วยให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า จริงๆเราผู้คนต่างก็เริ่มหันมาสนใจการฟังพอดแคสต์มากยิ่งขึ้น ประกอบกันเหตุผลที่ผู้เขียนได้เขียนไว้ข้างต้นแล้ว

ใครจะไปรู้หล่ะ บางทีอนาคตอันใกล้นี้ Google อาจจะแสดงผลรายการพอดแคสต์ไว้ที่หน้าแรกของกูเกิล หรือใน แท็บค้นหาเลยก็ได้ เหมือนกับแท็ปค้นหาข้อมูล แท็บค้นหารูปภาพ แท็ปค้นหาวิดีโอ

ซึ่งในที่นี้ก็คือเพิ่มแท็บค้นหาพอดแคสต์เข้ามานั่นเอง (อ่านบทความเพิ่มเติม) มันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นยากอีกต่อไป เป็นสิ่งที่นักธุรกิจ นักการตลาดควรจะต้องมองเห็น และเริ่มทำความเข้าใจเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง การปรับตัว และการขยายตัวของพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงเวลา


จริงๆ คนไทยฟัง พอดแคสต์ (Podcast) เยอะขนาดไหน? .. ในมุมมองของผู้เขียน

ผู้เขียนมองว่า .. คนไทยฟังพอดแคสต์กันเยอะนะถ้าสำรวจกันจริงๆ แต่อยู่ในรูปการฟัง Youtube มากกว่าการฟังจากแอพฯ โดยตรง

ตัวอย่างเช่น

The Ghost Radio อาจถือเป็น พอดแคสต์ ลักษณะหนึ่ง

รายการเล่าเรื่องผี .. ที่เปิดไว้เป็นพื้นหลังขณะทำงาน หรือระหว่างเดินทาง โดยที่บางครั้งสายตาไม่ได้อยู่ในหน้าจอเลย แต่หูยังฟังอยู่  นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้เขียนยกมาเพื่อชี้ให้เห็นว่า บางครั้งการโฆษณาในอนาคตอันใกล้ ก็จะกลับมาที่รูปแบบ Spot โฆษณาอีกครั้ง (อ่านบทความนี้เพิ่มเติม)

โดยแค่ช่อง The Ghost Radio รายการเดียว ก็มียอดผู้ติดตามถึง 500,000 คน และในแต่ละเรื่อง มีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 50,000-100,000 คน มีชุมชนของผู้ฟังที่ชัดเจน การมีส่วนร่วมระหว่างกันสูง

รวมถึงมีแอพฯ ให้ฟังรายการถ่ายทอดสดในรูปแบบ Background Tracking สำหรับผู้ที่ต้องการรับฟังเพียงเสียง และ Youtube Channel สำหรับผู้ที่ต้องการรับชมแบบมีภาพ มีการแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกัน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง podcast ของเมืองไทยที่มีเนื้อหาเฉพาะตัว และที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

JOOX, Spotify Podcast

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ทำงานไปด้วย เดินทางไปด้วยแล้วฟัง Joox เพื่อฟังเพลงระหว่างเดินทาง มันคงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นยากอีกต่อไป  ในขณะที่ แพลตฟอร์มอย่าง Joox และ Spotify สามารถตอบโจทย์ผู้คนได้

โดย Joox มีทั้ง JOOX Live , JOOX karaoke แล้ว, JOOX Video เช่นรายการ เอะอะมะทัวร์ ซึ่งก็ถือเป็นพ็อตแคสต์แบบย่อมๆแล้ว มันไม่ใช่เรื่องเหนือการเข้าใจ หากทาง Joox จะมี Joox พอดแคสต์

ที่เรียกว่า JOOX Radio เพิ่มในรูปแบบเสียงขึ้นมาเพิ่มเติมให้กับผู้ใช้บริการในแท็บ LIVE ของตน เช่น รายการหลอนศาสตร์ by The Shock, รายการ The Ghost Radio, รายการ แม่นศาสตร์, รายการธรรมะจังหวะ เพื่อให้ผู้คนอยู่ในแพลตฟอร์มของตนมากขึ้น ทั้งนี้การวัดระยะเวลาอยู่บนหน้าจออาจจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป อาจจะใช้ตัวชี้วัดอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง (อ่านบทความเพิ่มเติม)

โดยสรุป พอดแคสต์ เป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้ผลิตเนื้อหา ธุรกิจ จะสามารถให้สื่อสารกับผู้ใช้ ผู้บริโภคของตนได้มากยิ่งขึ้น เป็นช่องทางที่เป็นทางเลือก ๆ หนึ่งในกับผู้คน ที่มีแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน

ผู้เขียนเน้นย้ำเสมอว่า ไม่ควรทุ่มเทกับแพลตฟอร์ม ๆหนึ่ง มากเกินไป ไม่ควรมีแต่ออนไลน์อย่างเดียว 100% เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ให้ติดตามสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้ เข้าใจ ทดลองทำ และบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจของเราไว้อยู่ตลอด ดังจะเห็นจากตัวอย่างข้างต้น ผู้คนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ใช้เวลาในการอยู่บนหน้าจอมากยิ่งขึ้นก็จริง แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะมีช่วงที่อยากพักสายตา อาจจะอยากออกจากโลกออนไลน์บ้าง ได้อยู่กับตัวเองบ้าง ได้เอาความรู้ใส่ตัวเอง ได้ฟังในสิ่งที่อยากฟัง ในทีนี้ พ็อดแคลสต์รายการต่างๆจึงเป็นทางเลือกที่ดี หรือในขณะที่บางคนอาจจะออกจากโลกออนไลน์ด้วยการไปนั่งอ่านหนังในที่เงียบๆเลยก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม : ขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ .. ทำไมยากขึ้นเรื่อยๆ?

 

อ้างอิง:
พอดแคสต์
กูเกิล พอดแคสต์

 

ผู้สนับสนุนบทความนี้

Sponsorships, Jampay, Jampay Thailand, แจมเพย์, แจ่มใส, jamsai, jamplay